รู้จักกับ 9 สถานที่ ‘ต้องห้าม’ บนโลกใบนี้ ที่ทั้งลึกลับและน่ากลัว อย่าเข้าไปเชียวล่ะ…

บนโลกของเรานั้นมี สถานที่ต้องห้าม อยู่ไม่น้อยเลยล่ะ สถานที่เหล่านั้นพวกเราไม่มีวันได้เข้าไปเยือนแน่นอน นอกเสียจากว่าเราจะเป็นคนพิเศษเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ #เหมียวโลลิ ได้นำเสนอ 10 สถานที่ต้องห้าม ไปเรียบร้อยแล้ว แต่บอกเลยว่าบนโลกเรามันไม่ได้มีสถานที่ต้องห้ามแค่ 10 แห่งหรอกนะ มันมีมากกว่านั้นอีก…

วันนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ สถานที่ต้องห้ามแสนลึกลับ จากประเทศต่างๆ รอบโลกอีก 9 แห่ง จะมีสถานที่ไหน ณ ประเทศอะไรบ้าง เราไปชมพร้อมๆ กันเลย

 

1. Ploutonion At Hierapolis (ประตูแห่งเทพพลูโต), ประเทศตุรกี

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่นครโบราณเฮียราโพลีส ประเทศตุรกี เป็นที่ซึ่งเคยอุทิศให้กับเทพความตายแห่งโรมันนามว่า พลูโต ความลึกลับของสถานที่แห่งนี้ก็คือ “สิ่งมีชีวิตใดที่ผ่านประตูแห่งนี้จะพบกับความตายทันที”

นักประวัติศาสตร์โบราณเคยทดลองด้วยการปล่อยนกให้บินเข้าไป ผลปรากฏว่านกตัวนั้นก็ตายลง จากนั้นในปี 1965 จึงมีการทดลองทางวิทยศาสตร์แล้วคำอธิบายก็คือ ภายในมีการรวมตัวของก๊าซ CO2 ที่ผิดปกติที่สามารถดับลมหายใจสิ่งมีชีวิตได้ภายในไม่กี่นาที

การเข้าไปเยี่ยมชมใกล้ๆ สำหรับมนุษย์นั้นถือว่าไม่มีอันตรายใดๆ แต่หากต้องการผ่านประตูเข้าไปด้านใน เป็นสิ่งที่สถานที่แห่งนี้ “ห้าม” เป็นอันขาด

 

2. Vatican Secret Archives (หอเอกสารลับนครวาติกัน), นครวาติกัน

โบสถ์คาทอลิกในนครวาติกันถือว่าเป็นสิ่งลึกลับพอสมควร แต่ขณะเดียวกันภายในประเทศยังมีการเก็บเอกสารลับเฉพาะที่เกี่ยวกับโบสถ์คาทอลิกเอาไว้อีกด้วย แถมเอกสารบางชิ้นยังบันทึกข้อมูลตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 เอาไว้เลยทีเดียว

หอเอกสารลับหรือหอจดหมายเหตุลับแห่งนี้เป็นสถานที่ต้องห้าม หากพวกเราไม่ได้เป็นนักวิจัยที่ได้การอนุญาตเป็นพิเศษ พวกเราไม่มีวันได้เข้าไปอย่างแน่นอน

ชักอยากรู้แล้วสิว่าสถานที่แห่งนี้ กุมความลับ อะไรในอดีตเอาไว้กันแน่นะ…?

 

3. The Lascaux Caves (ถ้ำลัสโก), ประเทศฝรั่งเศส

ถ้ำลึกลับซับซ้อนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับหมู่บ้านมองติญัก บริเวณหุบเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ผนังของถ้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยภาพวาดโบราณรูปสัตว์ใหญ่ต่างๆ เชื่อกันว่าอายุของภาพน่าจะราวๆ 17,000 ปีมาแล้ว

ถ้ำแห่งนี้ถูกพบเมื่อปี 1940 นักโบราณคดีเชื่อว่าภาพวาดเหล่านี้อาจจะสื่อถึงวิธีการล่าสัตว์หรือไม่ก็พิธีกรรมอะไรบางอย่าง อย่างไรก็ตามถ้ำลัสโกถูกเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

แต่การที่มีผู้เข้าชมจำนวนนับพันต่อวัน ทำให้ถ้ำผุพังลงอย่างแก้ไขไม่ได้ ถ้ำนี้จึงปิดตัวลงและกลายเป็นสถานที่ต้องห้ามในปี 1963 จากนั้นก็ไม่มีใครได้เข้าชมภายในถ้ำอีก

 

4. Niihau Island (เกาะนีเฮา), ฮาวาย

เกาะนี้มีชื่อเล่นว่า “เกาะต้องห้าม” ครั้งหนึ่งในปี 1864 เกาะนี้ถูกซื้อและครอบครองโดย Elizabeth Sinclair แต่เมื่อปี 1952 โรคโปลิโอเกิดระบาดบนเกาะฮาวายทำให้ผู้คนบนเกาะนีเฮาถูกห้ามไม่ให้ออกจากเกาะเพราะเกรงว่าจะติดโรคโปลิโอ

ปรากฏว่า ประชากรราว 170 คนบนเกาะนีเฮาไม่มีใครติดโรคโปลิโอเลย ภายหลังเกาะแห่งนี้จึงกลายเป็นสถานที่ที่เข้าไปเยี่ยมชมได้ยากที่สุด ผู้ที่สามารถเข้าไปยังเกาะได้ต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษเท่านั้น

ว่ากันว่าต้องเป็นคนที่มีเชื้อพระวงศ์หรือไม่ก็ต้องเป็นอภิมหาเศรษฐีเท่านั้นที่จะขออนุญาตเข้าไปได้…

 

5. North Brother Island, สหรัฐอเมริกา

สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอีสต์ริเวอร์ เมืองแมนแฮตตัน รัฐนิวยอร์ก มันเป็นที่ที่มีคนตายกว่า 1,000 ชีวิตจากสาเหตุเรือล่มในแม่น้ำ แต่ภายหลังมันก็ถูกสร้างเป็นโรงพยาบาลสำหรับดูแลผู้ป่วยโรคติดต่อ

ผู้ป่วยที่มีชื่อเสียงของที่นี่ก็คือ Mary Mallon ผู้ป่วยโรคไข้ไทฟอยด์เป็นพาหะที่ไม่แสดงอาการ และเธอก็เป็นคนแรกที่นำเชื้อแบคทีเรียไทฟอยด์ไปติดคนอื่นในโรงพยาบาลและทำให้คนต้องตายด้วยโรคนี้ถึง 3 คนด้วยกัน

เธอปฏิเสธมาตลอดว่าเธอไม่ได้มีเชื้อไทฟอยด์ ขณะเดียวกันเธอไม่ล้างมือขณะทำขนมหวาน เชื้อไทฟอยด์จึงลามไปติดคนอื่นที่ทานขนมของเธอ ภายหลังสถานที่นี้ต้องปิดตัวลงกลายเป็นที่อาศัยของเหล่านก และก็กลายเป็นสถานที่ต้องห้ามนับแต่นั้นมา

 

6. Fukushima Exclusion Zone (เขตต้องห้ามฟูกูชิมะ), ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อปี 2011 เกิดภัยพิบัตินิวเคลียร์ขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ผู้อาศัยในละแวกจุดเกิดเหตุถูกสั่งให้อพยพออกทั้งหมด แต่เมื่อเกิดนิวเคลียร์ครั้งที่ 2 ทำให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 7 ทำให้พื้นที่จังหวัดฟูกูชิมะกลายเป็นเขตต้องห้ามอย่างเด็ดขาด

อย่างก็ตาม ช่างภาพมาเลเซียวัย 27 ปีกลับฝ่าฝืนเข้าไปในเขตต้องห้ามฟูกูชิมะที่ถูกทิ้งร้างโดยไร้เครื่องป้องกันที่เหมาะสม แต่เขาก็สามารถกลับมาได้ พร้อมบอกว่า “มันเหมือนกับเกม Fallout ในชีวิตจริงเลยล่ะ”

 

7. Grand Shrine Of Ise (ศาลเจ้าอิเสะ), ประเทศญี่ปุ่น

สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับบูชาเทพีอามาเทราซุ เทพีแห่งดวงอาทิตย์และจักรวาลของศาสนาชินโต ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว สร้างขึ้นจากไม้ที่มีข้อต่อเชื่อมกันไว้เท่านั้น

ความสวยงามและการก่อสร้างที่มหัศจรรย์ของศาลเจ้าแห่งนี้ คนธรรมดาอย่างเราๆ ได้แค่มองผ่านรั้วไม้ไปเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ เว้นเสียจากเราจะเป็นตัวแทนศาสนาหรือนักบวชจากตระกูลสูงศักดิ์เท่านั้น

 

8. Bohemian Grove (ลัทธิซาตาน), สหรัฐอเมริกา

สถานที่นี้ตั้งอยู่กลางป่าในถนนโบฮีเมียน เมืองมอนเตริโอ รัฐแคลิฟอร์เนีย มันเป็นค่ายที่จัดขึ้นทุกปีโดยมีผู้เข้าร่วมราว 2,500 คนต่อครั้งเลยทีเดียว ค่ายนี้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 1872 และจะเชิญเฉพาะแขกที่เป็นคนสำคัญของโลกมาเท่านั้น เช่น นักการเมืองระดับสูง ผู้ได้รับรางวัลโนเบล ผู้บัญชาการทหาร หรือแม้แต่อธิบดีมหาวิทยาลัยชั้นนำ

ว่ากันว่าเมื่อกิจกรรมเริ่มขึ้น ชาวค่ายจะทำการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีโดยมีคำขวัญของลัทธิว่า “Weaving Spiders Come Not Here” หมายถึงธุรกิจหรือเรื่องภายนอกจะไม่มีการนำมาพูดคุยกันในงาน มีข่าวออกมาว่าการประชุมในลัทธินี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการแมนแฮตตัน และการสร้างอาวุธระเบิดนิวเคลียร์อีกด้วย

ในลัทธินี้จะรับเฉพาะเพศชาย ส่วนเพศหญิงจะเป็นได้แค่ลูกจ้างในงาน สรุปก็คือกลางป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ลึกลับที่คนธรรมดาสามัญและผู้หญิงห้ามเข้านั่นเอง

 

9. Morgan Island (เกาะวานร), รัฐเซาท์แคโรไลนา

เกาะนี้ได้ชื่อว่าเป็น “เกาะวานร” ก็เพราะว่า บนเกาะแห่งนี้มีประชากรลิงมากถึง 4,000 ตัว แต่ลิงถูกย้ายมาจากเกาะลาปาเกรา ปวยร์โตรีโก เนื่องจากลิงเหล่านี้มีการติดโรคเริมชนิดบีและเพิ่มปริมาณมากขึ้น ทางการจึงย้ายลิงเหล่านี้มายังเกาะร้างแห่งนี้

ปัจจุบันมีกฎหมายสั่งห้ามให้คนเข้ามายังเกาะแห่งนี้ เว้นเสียแต่ว่าเราคือนักวิจัยที่ทำงานให้กับสถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้ระหว่างประเทศ (NIAID) ที่เป็นเจ้าของลิงที่อาศัยในเกาะนี้เท่านั้น

 

ถ้ายังรักตัวกลัวตายก็จงเชื่อฟังคำสังห้ามของแต่ละสถานที่ไว้จะดีกว่านะ อย่าไปฝ่าฝืนเขาเล๊ยย

ที่มา: boredpanda

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....