เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรรู้ 8 วิธีตรวจเช็กสุขภาพสัตว์เลี้ยงง่ายๆ ที่คุณทำได้ที่บ้าน

อีกเรื่องสำคัญสำหรับคนที่เลี้ยงสัตว์ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ซึ่งเจ้าของต้องหมั่นพาพวกมันไปคลินิกเพื่อตรวจเป็นประจำ ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดมันป่วยขึ้นมาแล้วเราไม่รีบรักษา อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตก็ได้

แต่ถ้าหากใครขี้เกียจพาพวกมันไปหาสัตวแพทย์ที่คลินิก หรือไม่สะดวกพาพวกมันไปตรวจจริงๆ เราก็มีวิธีตรวจเช็กสุขภาพเบื้องต้นแบบง่ายๆ ที่คุณทำได้ที่บ้านมาฝากกัน

 

1. วัดอุณหภูมิร่างกาย

 

การตรวจอุณหภูมิร่างกายว่าอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่ สามารถบอกได้ว่าร่างกายของพวกมันมีอะไรผิดแปลกหรือเปล่า โดยอุณภูมิปกติของเจ้าแมวอยู่ที่ 37.7-39.1 องศาเซลเซียส และของสุนัขอยู่ที่ 36-40 องศาเซลเซียส

จะใช้เทอร์โมมิเตอร์ปกติของคนก็ได้นะ แต่มันไม่สะดวกเท่าไหร่เนื่องจากทรงรูหูของพวกมันไม่ได้ตรง จึงแนะนำให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์เฉพาะของสัตว์ซึ่งมีขายตามคลินิกทั่วไป

 

2. วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

 

การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ต้องใช้มือสัมผัสเพื่อจับเวลาดูว่าใน 1 นาทีหัวใจของสัตว์เลี้ยงแสนรักของเราเต้นไปทั้งหมดกี่ครั้ง

อัตราการเต้นของหัวใจปกติของสุนัขจะอยู่ที่ 70-120 ครั้งต่อนาทีโดยขึ้นอยู่กับขนาดตัวของสุนัขด้วย ส่วนของเจ้าแมวเหมียวจะอยู่ที่ 140-220 ครั้งต่อนาที

 

3. ตรวจดูปัญหาเกี่ยวกับดวงตา

 

ทั้งหมาและแมวส่วนใหญ่แล้วก็ไปหาหมอด้วยปัญหาเกี่ยวกับตาทั้งนั้นแหละ โดยส่วนมากจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการติดเชื้อ หากคุณเห็นว่ามีสิ่งสกปรกติดรอบดวงตามัน ควรช่วยทำความสะอาดออกให้ด้วย หรือถ้าทำเองไม่ได้ควรพาไปหาหมอทันที

 

4. ตรวจดูใบหู

 

ในหูของสัตว์เลี้ยงอาจมีไรเห็บหรือแผลถลอกอยู่ ซึ่งถ้าไม่รีบรักษาจะสร้างความรำคาญให้กับสัตว์เลี้ยง และอาจเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคตเลยทีเดียว

หากหูของพวกมันมีกลิ่นเหม็น, มีตุ่มแปลกๆ ขึ้น, มีขี้หูมากผิดปกติ, มีแผลเห็นได้ชัด, มีตัวอะไรบางอย่างอยู่ด้านใน หรือว่ามันรู้สึกเจ็บเวลาคุณจับหูล่ะก็ แปลกว่าพวกมันมีปัญหาสุขภาพแล้ว

 

5. ตรวจดูสุขภาพฝ่าเท้า

 

เนื่องจากสัตว์เลี้ยงไม่ได้ใส่รองเท้าแบบเรา หากมีแผลใต้ฝ่าเท้าแล้วพวกมันจึงมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อมาก เราจึงควรพลิกดูฝ่าเท้าของพวกมันล่อยๆ และรีบรักษาแผลก่อนจะทันได้ติดเชื้อ

 

6. ดูสภาพฟันของสัตว์เลี้ยง

 

ฟันของสัตว์เลี้ยงก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ด้านอื่นๆ เลย ซึ่งหากพวกมันมีกลิ่นปากแรงมาก, มีการเคี้ยวอาหารหรือน้ำลายไหลผิดปกติ, มีฟันแตก คลอน หรือมีเลือดออก เราควรนัดสัตวแพทย์ให้พวกมันโดยด่วนเลย

 

7. ความอ้วนและนิสัยการกิน

 

ความอ้วนไม่ได้เป็นภัยต่อคนเท่านั้น หากสัตว์เลี้ยงอ้วนก็จะทำให้มันมีปัญหาสุขภาพตามมาเยอะเช่นกัน เราจึงควรคุมไม่ให้มันกินอาหารเยอะเกินพอดีจนติดเป็นนิสัย ก่อนที่พวกมันจะอ้วนจนแก้ไขยาก

 

8. ตรวจดูสภาพขนและผิวหนัง

 

หากสัตว์เลี้ยงออกไปเล่นนอกบ้านบ่อยๆ ก็ยิ่งเสี่ยงจะติดเห็บหมัดได้ง่ายขึ้น และถึงแม้พวกมันจะอยู่แต่ในบ้าน ก็มีโอกาสติดได้เช่นกัน เราควรคอยตรวจดูขนและผิวของพวกมันให้บ่อย เนื่องจากถ้ามันเป็นเห็บหมัดมากๆ ขึ้นมา การรักษาจะยุ่งยากจนคุณเองต้องหนักใจเชียวล่ะ

 

 

อ่านกันดูแล้วเพื่อนๆ คงคิดว่าการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงมันยุ่งยากแน่ๆ เลยใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่อยากลำบากตรวจดูกันเองก็พาพวกมันไปหาสัตวแพทย์เถอะ สบายเรากว่าเยอะเลย แม้ว่าจะไม่สบายกระเป๋าเงินก็ตามที

อีกอย่างหนึ่งที่ไม่พูดไม่ได้เลยก็คือ อย่าห่วงเพียงแค่สุขภาพร่างกายของพวกมันล่ะ สุขภาพด้านจิตใจของพวกมันก็สำคัญไม่แพ้กันนะ…สัตว์เลี้ยงสุขภาพดีต้องทั้งร่างกายแข็งแรงและร่าเริงสดใส

 

ที่มา: BRIGHT SIDE

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
เหมียวไทย เชื้อสายจีน แต่สปีคไชนีสไม่ได้นะจ้ะ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....