สำหรับหนังเรื่องหนึ่งนั้น ความยาวของเรื่องราวๆ 1 ชั่วโมงครึ่ง จนถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่กำลังพอดีๆ แต่เคยคิดไหมว่าจะมีคนทำหนังที่ยาวที่สุดออกมา แล้วเชื่อเหอะว่าเพื่อนๆ จะคาดไม่ถึงเลยล่ะว่า หนังเรื่องนี้มันยาวแค่ไหน…

หนังที่ว่านั้นมีชื่อว่า Ambiencé สร้างโดย Anders Weberg ผู้สร้างชาวสวีเดน ซึ่งเขาวางแผนว่าจะทำหนังที่ยาวที่สุดในโลก และเพื่อที่จะเอาชนะ Modern Times Forever ผู้เป็นเจ้าของอันดับมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งมีความยาวถึง 240 ชั่วโมง

 

 

Anders ใช้เวลานานหลายปีในการถ่ายทำ จนตอนนี้หนังของเขาก็ยังถ่ายไม่เสร็จเลย ซึ่งเขาวางแผนว่ามันจะเสร็จในช่วงปี 2020 โดยกะไว้ว่าตัวหนังจะมีความยาวถึง 720 ชั่วโมง หรือประมาณ 30 วันในการดูตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง…

แต่ก่อนหนังจะเสร็จนั้นเขาก็ได้เริ่มโปรโมทหนังของเขาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งตัวอย่างที่ว่านั้นมีความยาวเพียงแค่ 7 นาที นอกจากนี้เขาก็ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ออกมาในปี 2016 โดยมีความยาวถึง 7 ชั่วโมง!!

 

 

และถ้าเพื่อนๆ อ่านมาตั้งแต่แรกเราจะรู้ว่าเขาจะปิดโปรเจคนี้ในปี 2020 ฉะนั้นหมายความว่าตัวอย่างของเขามันยังไม่หมด เพราะเขาวางแผนจะปล่อยตัวอย่างสุดท้ายในปี 2018 ซึ่งมีความยาวถึง 72 ชั่วโมง..

เฉพาะตัวอย่าง 72 ชั่วโมง ก็ต้องใช้เวลาถึง 3 วันในการดูให้จบ ต้องยอมรับว่า Anders บ้าไปแล้วจริงๆ แต่ใครที่ดูจนจบโดยไม่ข้ามนั้นคงจะมีใจรักอย่างแท้จริง ฮร่าาาา

 

เพลงประกอบฟังแล้วอึดอัดใจสุดๆ

 

ส่วนถ้าใครสงสัยว่าตัวหนังจะเกี่ยวกับอะไรนั้น #เหมียวมู่ทู่ ก็บอกไม่ได้เช่นกัน เท่าที่เห็นในตัวอย่างก็จะมีแค่คนสองคนใส่ชุดสีขาวดำโผล่ออกมา กล้องวางไว้ที่เดิม และที่สำคัญตัวหนังไม่มีบทพูดเลย!!

แต่ถึงอย่างนั้นตัว Anders ก็บอกว่าเขาใช้ทีมงานถึง 100 คน ในหนังเรื่องนี้ของเขา ซึ่งมีทั้งนักแสดงที่แสดงเฉพาะเรื่องนี้ และนักแสดงที่เคยทำงานกับเขามาก่อนร่วมด้วย

 

และหนังเรื่องนี้จะเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของเขาแล้ว

 

ด้านเหตุผลที่ว่าทำไมตัวหนังมันถึงไม่มีบทพูดนั้น Anders บอกว่า การใส่บทพูดลงไปมันจะเหมือนเป็นการเร่งจังหวะหนังของเขาเหมือนกับหนังในปัจจุบัน

สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้เขาจัดการออกเงินทั้งหมดเอง โดยให้เหตุผลว่าเขาเรียนรู้จากอดีต ถ้าเขาขอสปอรเซอร์หรือขอเงินทุนจากใครก็ตาม แนวทางของหนังก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หนังของคุณจะต้องเปลี่ยนแนวทางไปตามเจ้าของทุนด้วย

ที่มา odditycentral

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...