จะเกิดอะไรขึ้นหากวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกเจ็บท้องมากๆ ทำอะไรแป๊บๆ ก็เหนื่อย แถมยังน้ำหนักขึ้นทั้งๆ ที่พยายามควบคุมน้ำหนักอยู่เสมอ

นี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับ Kayla Rahn หญิงสาววัย 30 ปีจาก เมืองมอนต์กอเมอรี รัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา โดยอาการปวดท้องของเธอเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน 2018 ก่อนที่น้ำหนักและขนาดหน้าท้องของเธอจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่คนแปลกหน้าถามว่าเธอท้องรึเปล่า?

 

 

“แค่เดินไปที่รถฉันก็หอบแล้ว” Rahn เล่ากับผู้สื่อข่าว

Rahn นั้นเคยตัดสินใจไปพบกับหมอมาเกี่ยวกับอาการของเธอมาก่อน แต่หมอคนดังกล่าวกลับตัดสินว่าเธอนั้นเพียงแค่อ้วนเท่านั้น ก่อนจะบอกให้เธอออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะออกกำลังและคุมน้ำหนักแค่ไหนอาการของ Rahn ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย จนในที่สุดแม่ของเธอก็ตัดสินใจพาเธอไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล Jackson ที่นั่นเองที่ทีมแพทย์พบว่าต้นเหตุของอาการทั้งหมดที่เธอเป็นนั้น เกิดจากการที่ถุงรังไข่ของเธอนั้น ขยายตัวขึ้นอย่างผิดปกติ

 

 

มันเป็นอาการเนื้องอกในถุงรังไข่ชนิดหนึ่งที่มีชื่อทางการแพทย์ว่า Mucinous Cystadenoma ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่โรคที่หายากนัก แต่ตามปกติแล้วขนาดของเนื้องอกจะไม่ใหญ่โตขนาดนี้

ด้วยขนาดของถุงรังไข่ที่ใหญ่ขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ระบบไหลเวียนโลหิตของเธอจะถูกกดทับ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่อาการไตล้มเหลวได้เลย

Rahn ถูกนำเข้าห้องผ่าตัดไม่นานหลังจากนั้น และเมื่อการรักษาเสร็จสิ้น ทางทีมแพทย์ก็พบว่าถุงรังไข่ของเธอนั้น มีน้ำหนักมากถึง 50 ปอนด์ (22.68 กิโลกรัม)

 

 

Dr. Gregory Jones หนึ่งในทีมแพทย์ผู้ทำการรักษากล่าวว่า “ฉันเคยเห็นอาการแบบนี้มาแล้วก็จริง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันผ่าถุงรังไข่ที่ใหญ่ขนาดนี้”

Dr. Gregory ยังบอกอีกว่า แม้ว่าแพทย์จะวินิจฉัยโรคออกมาแล้วก็ตาม หากคุณไม่มั่นใจก็ไม่ควรกังวลที่จะปรึกษาแพทย์คนอื่นๆ เพราะการไปพบแพทย์หลายครั้งย่อมดีกว่าการทนอยู่กับความเจ็บป่วยที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นนี้นั่นเอง

 

ที่มา buzzfeedinsideeditionchicagotribune

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...