5 ผู้คุมหญิงสุดโหดแห่งนาซีเยอรมันช่วงสงครามโลก ที่โหดร้ายไม่ได้น้อยไปกว่าผู้ชายเลย

เมื่อพูดถึงนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ไม่ว่าใครก็คงนึกถึงภาพความโหดร้ายของพวกเขา อย่างไรก็ตามด้วยภาพลักษณ์ทางสังคมของคนในสมัยนั้น เชื่อว่าภาพในหัวของหลายๆ คน คงเป็นภาพของเหล่าชายฉกรรจ์กันทั้งนั้น

ว่าแต่ทราบหรือไม่ว่าในบรรดานาซีเยอรมันเองก็มีผู้หญิงที่มี “ชื่อเสีย” อยู่มากมายเช่นกัน โดยส่วนมากแล้วพวกเธอจะเป็นผู้คุมของคุกหรือค่ายกักกันหญิง ซึ่งแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้มีความโหดร้ายน้อยไปกว่าผู้ชายแต่อย่างไร เหมือนดังเช่นเหล่าผู้คุมหญิงสุดโหด 5 คนต่อไปนี้

 

Hermine Braunsteiner

เธอทำงานในค่ายกักกันใน Majdanek ในช่วงปี 1942-1944 และได้ฉายาว่า “เดอะเมีย” ที่แปลว่า “ม้าตัวเมีย” จากการที่เธอมักกระทืบนักโทษจนตายเสมอ นอกจากนี้เธอยังเป็นหนึ่งในผู้คุมเพียงไม่กี่คนที่หนีไปกบดานอยู่ที่เมืองนิวยอร์กได้สำเร็จ (ถึงจะถูกส่งกลับมาในปี 1973 ก็ตาม)

เธอถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตในปี 1981 จากการสังหารนักโทษ 80 คน ให้การสนับสนุนในการสังหารเด็ก 102 คน และร่วมมือในการสังหารนักโทษอีก 1,000 คนนั่นเอง

 

Ilse Koch

ถ้าหากพูดถึงผู้หญิงที่โหดร้ายที่สุดในเยอรมัน เชื่อว่าคงมีหลายๆ คนนึกถึงเธอขึ้นมาเป็นคนแรก Ilse นั้นเดิมทีแล้วเป็นผู้หญิงธรรมดา ที่ได้มาเป็นผู้คุมหญิงของค่ายกักกัน Buchenwald จากการแต่งงานกับผู้บังคับบัญชาของค่ายกักกันในปี 1937 เธอมีชื่อเล่นว่า “แม่มดแห่ง Buchenwald ” จากความโหดร้ายที่เธอก่อในค่าย

เธอทั้งโหดร้ายและซาดิสม์ เธอขี่ม้าไล่เฆี่ยนนักโทษทุกคนที่เธอเห็น แถมยังเก็บ “หนัง” ของนักโทษที่มีรอยสักเอาไว้โชว์ในบ้านและทำเป็นเครื่องใช้อีกด้วย

ว่ากันว่า Ilse นั้นเลวร้ายถึงขั้นที่ว่าเธอต้องเข้าออกคุกอยู่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการจับโดยฝ่ายพันธมิตรในปี 1945 โดยชาวเยอรมันหลังจบสงครามในปี 1949 หรือแม้กระทั่งโดยนาซีด้วยกันเองในปี 1943 โดยในท้ายที่สุดหญิงสาวก็จบชีวิตตัวเองด้วยการฆ่าตัวตายไปในปี 1967 นั่นเอง

 

Irma Grese

เธอเป็นหญิงสาวสายเลือดนาซีแท้ๆ ผู้เข้าสู่  Bund Deutscher Mädel สหพันธ์สำหรับผู้หญิงที่จัดขึ้นโดยนาซีตั้งแต่ยังเด็ก Grese ถูกสั่งให้ไปประจำการในค่ายกักกันเอาช์วิทซ์เมื่อปี 1943 และมีชื่อเสียงในฐานะคนที่สวยเหมือน “นางฟ้า” แต่กลับใส่รองเท้าหนักสำหรับกระทืบนักโทษ พกแส้ และปืนสั้นตลอดเวลา ผิดกับหน้าตาสุดๆ

เธอมักทำร้ายร่างกายนักโทษอยู่เสมอๆ แถมยังชอบเดินไปรอบๆ ค่ายพร้อมกับสุนัขหิวโซที่ถูกฝึกมาให้สังหารคนที่เจ้านายสั่งอีก ไม่แปลกใจเลยที่หลังจบสงคราม Grese จะกลายเป็นอาชญากรนาซีที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกประหารชีวิตไป

 

Herta Bothe

เธอคือนางพยาบาลที่กลายเป็นผู้คุมแห่งค่ายกักกันที่ Stutthof และได้ชื่อเป็นผู้คุมที่ซาดิสม์ที่สุด เธอมักจะทุบตีนักโทษจนตายด้วยไม้กระบอง และไร้เหตุผลถึงขั้นที่เคยทุบตีนักโทษรุนแรงเพียงเพราะเขากินเปลือกผลไม้ในห้องครัวเลยด้วย

อย่างไรก็ตามในการตัดสินโทษของเธอ Bothe อ้างว่าเธอนั้นไม่เคยพกปืนเลยและจะลงโทษนักโทษด้วยมือเท่านั้น นอกจากนี้ยังช่วยทหารสหรัฐฯ จัดการกับศพนักโทษที่เสียชีวิตอีกด้วย แม้ว่าจะมีคนมองว่าสิ่งที่เธอทำเป็นเพียงการทำดีเอาหน้าเท่านั้นก็ตาม

ท้ายที่สุดหญิงสาวก็ถูกลงโทษจำคุกไปเป็นเวลา 10 ปี แต่ก็ได้รับการปล่อยตัวในปี 1951 หลังจากจำคุกไปเพียง 6 ปีเท่านั้น ทำให้หลายๆ คนเชื่อในความเป็นไปได้ว่าผู้คุมแห่งค่ายกักกันคนนี้ ทำงานลงไปด้วยความจำเป็นเท่านั้น

 

Juana Bormann

เธอคือหญิงสาวที่มาเป็นผู้คุมด้วยเหตุผลที่ว่า “เงินดีกว่างานเก่า” และถูกส่งไปเอาช์วิทซ์ในปี 1943 เธอมีชื่อเสียงในฐานะ “ผู้หญิงที่มากับสุนัข” เนื่องจากเธอมักใช้สุนัขในการลงโทษนักโทษอยู่เสมอๆ นอกจากนี้เธอยังเป็นคนที่จะคอยคัดนักโทษ “ที่ใช้งานไม่ได้” เพื่อส่งไปยังห้องรมแก๊สอีกด้วย

Bormann โดนตัดสินโทษประหารชีวิตในปี 1945 อย่างไรก็ตามเธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าเธอจะลงโทษนักโทษเพื่อ “รักษาความสงบ” เท่านั้น และชื่อเสียงด้านลบของเธอจริงๆ แล้วเป็นฝีมือของคนอื่น โดยในวันที่มีกำหนดการประหาร Bormann ก็ได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ว่า “ฉันก็มีความรู้สึก…”

 

ที่มา ranker

 

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....