เป็นเรื่องที่หลายๆ คนทราบกันว่าปัญหาขยะพลาสติกบนโลกนั้น นับว่าเป็นหนึ่งในปัญหาแก้ยากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เพราะนอกจากขยะเหล่านี้จะมีอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว มันยังสามารถพบได้ในทุกๆ ที่ไม่เว้นแม้แต่ใต้ทะเลด้วย

ว่าแต่เชื่อกันหรือไม่ว่าแม้ความน่ากลัวของขยะพลาสติกจะเป็นเรื่องที่เรารู้กันทั่วโลกแล้วก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ก็ยังบอกว่าพวกเรา ยังประมาณปัญหาเหล่านี้ต่ำไปอยู่ดี

 

 

นั่นเพราะเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมานี้เอง ในงานวิจัยซึ่งมีการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่หมู่เกาะ “โคโคส” ของประเทศออสเตรเลีย ในปัจจุบันมีขยะพลาสติกลอยไปติดอยู่ถึง 414 ล้านชิ้นทั้งๆ ที่มีคนอาศัยอยู่เพียง 500 คน

ขยะพลาสติกที่อยู่บนเกาะโคโคสนั้น มีน้ำหนักรวมกันมากถึง 238 ตัน และมีขยะที่พบเห็นได้บ่อยๆ เป็นฝาขวดน้ำ หลอด รองเท้าแตะ และแปรงสีฟัน ซึ่งนักวิจัยบอกว่าแค่สองอย่างหลังก็มีจำนวนรวมกันกว่าล้านชิ้นแล้ว

 

 

แต่สิ่งที่สำคัญของการค้นพบในครั้งนี้ คือสถานที่ที่มีการพบขยะเหล่านี้ต่างหาก เพราะจากรายงานของเหล่านักวิจัย ขยะที่มีการพบนั้น 93% ถูกฝังอยู่ใต้ทรายบนเกาะ และตัวเลขที่เราเห็นนั้น ก็มาจากการขุดลงไปบนทรายแค่ 10 เซนติเมตรเท่านั้น แถมยังมีพื้นที่อีกหลายแห่งที่ทีมค้นหาไม่สามารถเข้าไปได้อีก

อ้างอิงจากในงานวิจัย ปริมาณขยะที่อยู่ใต้พื้นเพียงแค่ 10 เซนติเมตรนั้นมีปริมาณมากกว่าปริมาณขยะที่เราเห็นด้วยตาถึง 26 เท่า ซึ่งนั่นหมายความว่าจริงๆ ขยะพลาสติกบนเกาะนั้น ยังมีกระจัดกระจายอยู่ใต้ดินอีกเป็นจำนวนมาก

 

 

การค้นพบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดีว่าที่ผ่านๆ มา การตรวจวัดปริมาณขยะที่เราเคยทำ ซึ่งมักจะวัดจากขยะที่เห็นด้วยตาเท่านั้น เป็นการประเมินปัญหาที่ต่ำเกินไป แม้ว่าการการตรวจวัดเหล่านั้นจะพบว่าโลกเรามีขยะพลาสติกในทะเลกว่า 5.25 ล้านล้านชิ้นก็ตาม

และงานวิจัยในครั้งนี้เองก็ทำให้อดคิดไม่ได้เลยว่าบนโลกของเรานั้นจะมีพลาสติกถูกทิ้งฝังอยู่ใต้ดินอีกมากขนาดไหนกัน

 

ที่มา livescience, care2, theguardian และ nationalgeographic

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...