ในโลกนี้แม้จะเต็มไปด้วยมนุษย์แต่ก็ยังมีสถานที่หลายแห่งที่ถูกทิ้งร้างไร้ซึ่งผู้คน บ่อยครั้งสถานที่เหล่านั้นจะเป็นป่าลึก หรือที่อันตราย แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่สถานที่ที่เคยมีคนอยู่จะถูกทิ้งร้างไป

แต่ถึงแม้จะเป็นเมืองที่ไม่มีคนอยู่อีกต่อไปแล้ว บ่อยครั้งเมืองเหล่านั้นกลับมีเบื้องหลังที่น่าสนใจอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเหตุนี้เองในวันนี้เราจะไปชม 4 เมืองร้างบนโลกใบนี้ ซึ่งมีความน่าสนใจไม่ใช่เพียงแค่ความไร้ซึ่งผู้คน

 

อิสลา ดิ ลาส มูเนเคส

อิสลา ดิ ลาส มูเนเคส (Isla De Las Munecas) นั้นแปลตรงๆ ว่า “เกาะแห่งตุ๊กตา” ตั้งอยู่ใกล้กับ เม็กซิโกซิตีเมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก

เดิมทีแล้วที่นี่อยู่ภายใต้การดูแลของ ดอน จูเลียต ซานตานา ผู้เดินทางมาอาศัยอยู่พร้อมกับครอบครัว เขาอ้างว่าตัวเองไปพบกับศพเด็กผู้หญิงที่ลอยมากับน้ำเลยไปเก็บรวบรวมตุ๊กตามากประดับไว้รอบๆ เกาะเพื่อเอาใจวิญญาณของเด็กผู้หญิงคนนั้น

แม้ว่าครอบทางครอบครัวของซานตานาจะบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการคิดไปเองของเขาเท่านั้น แต่ในปี 2001 ก็มีคนพบศพซานตานาในจุดเดียวกับที่เขาอ้างว่าพบศพเด็กผู้หญิง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้เกาะนี้ถูกทิ้งร้างเท่านั้น แต่ยังทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวสยองขวัญไปในเวลาต่อมา

ที่มา huffpost

 

เกาะโพเวกเลีย

นี่เป็นเกาะที่อยู่ใกล้ๆ เมืองเวนิส ในอิตาลี เลยเคยเป็นปราการควบคุมการเดินทางทางน้ำเข้าสู่เมืองเวนิส เพื่อเป็นด่านตรวจรักษาโรคที่อาจจะติดมากับคนบนเรือ ทำให้ที่แห่งนี้มีคนตายเป็นจำนวนมาก

แถมในศตวรรษที่ 20 เกาะแห่งนี้ยังถูกทำเป็นสถานกักกันผู้มีอาการทางจิต ซึ่งมีการทดลองกับผู้ป่วยอีกด้วย ทำให้ชื่อเสียงในด้านลบของที่แห่งนี้ยิ่งกลายเป็นที่โด่งดังขึ้นไปอีก

นั่นทำให้หลังจากที่สถานกักกันปิดตัวลงในปี 1968 แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนเกาะดังกล่าวเป็นศูนย์พักพิงผู้ยากไร้ ก็ไม่มีใครที่กล้าพอจะมาอาศัยอยู่ที่นี่อีก จนสุดท้ายเกาะนี้ก็กลายเป็นเกาะร้างไป

ที่มา atlasobscura

 

เมืองพรีเพียต

หากพูดถึงตัวของเมืองพรีเพียตเองเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมที่แห่งนี้จึงถูกทิ้งร้าง แต่หากบอกว่าพรีเพียตเป็นสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล ทุกคนคงจะเข้าใจกันในทันที

เพราะในปี 1986 ที่แห่งนี้ได้รับการรั่วไหลจากกัมมันตภาพรังสีจากอุบัติเหตุที่เชอร์โนบิลเข้าไปแบบเต็มๆ จนไม่มีมนุษย์คนไหนที่กล้าพอ (และสามารถ) ที่จะอาศัยอยู่ที่นี่อีกต่อไปนั่นเอง

ที่มา atlasobscura

 

ออราดูร์-ซูร์-กลาน

นี่เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส และมีชื่อเสียงขึ้นมาจากการที่เมืองถูกทำลายย่อยยับ และคนในหมู่บ้านราว 642 รายถูกสังหารหมู่โดยนาซีเยอรมนี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1944

ดังนั้นเพื่อให้หมู่บ้านแห่งนี้กลายเป็นสิ่งย้ำเตือนจิตใจของผู้คน ประธานาธิบดีฝรั่งเศสชาร์ล เดอ โกลจึงสั่งให้หมู่บ้านแห่งนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างที่มันเคยเป็น และกลายเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ความโหดร้ายในสงครามไป

ที่มา telegraph

 

แถม: เอเปกัวเอน

เอเปกัวเอนเดิมทีเป็นเมืองท่องเที่ยวในอาร์เจนตินา ซึ่งถูกน้ำท่วมไปในปี 1985 และอยู่ใต้น้ำมากว่า 25 ปี จนเหมือนจะกลายเป็นเมืองร้างที่ไม่มีใครอาศัยอยู่อีกแห่งหนึ่ง

แต่ในตอนที่น้ำลดลงในปี 2009 นั่นเอง ชายสูงอายุชื่อ Pablo Novak ก็ตัดสินใจที่จะกลับมาอยู่ในเมืองแห่งนี้อีกครั้ง ทำให้จะเรียกเมืองนี้ว่าเป็นเมืองร้างก็พูดได้ไม่เต็มปาก

เพราะอย่างน้อยๆ ที่นี่ก็มีคนอาศัยอยู่ตั้งหนึ่งคน

ที่มา theatlantic

 

ที่มา ranker

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...