เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Rashina Begum กับลูกสาววัย 3 ขวบใช้บริการรถไฟใต้ดินลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่สถานี Mile End ตอนเวลาบ่าย 2 โมง

อยู่ๆ มีชายผิวขาวเดินเข้ามาบอกกับลูกสาวของเธอว่า “กลับไปซีเรียไปเลย ไสหัวกลับประเทศตัวเองไปซะ!” โดยมีแฟนสาวของชายคนดังกล่าวยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆ

 

 

Rashina รีบตรงเข้าไปแจ้งเรื่องที่เจอมากับเจ้าหน้าที่ TfL (Transport for London) ทันที เจ้าหน้าที่จึงเชิญเธอและลูกให้เข้าไปสอบถามเรื่องราวในสำนักงาน และส่งเจ้าหน้าที่อีกคนลงไปยังชานชาลาที่เกิดเหตุ

คุณแม่คิดว่าทุกอย่างคงจบด้วยดี คนที่หยาบคายใส่ลูกของเธอคงถูกเรียกตัวมาสอบสวน ก่อนจะได้รับการลงโทษตามสมควร แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด

เมื่อเธอเห็นผ่านหน้าจอของกล้องวงจรปิดว่าเจ้าหน้าที่ที่ออกไปตามหาคนผิดที่ชานชาลานั้น กลับไปยืนจับมือเชคแฮนด์กับชายผิวขาวคนนั้นซะงั้น แถมยังปล่อยให้เขาขึ้นรถไฟจากไปโดยไม่กักตัวหรือขอชื่อเอาไว้เพื่อแจ้งตำรวจต่อด้วย

 

 

สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความไม่พอใจแก่ Rashina อย่างมาก เธอขอชื่อของพนักงานคนดังกล่าว แต่กลับได้มาแค่ชื่อเล่น ไม่ใช่ชื่อจริง เธอจึงนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าในเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมบอกว่า

“นี่เป็นการเหยียดเชื้อชาติที่ลูกสาวอายุ 3 ขวบของฉันเป็นเหยื่อนะ เธอต้องเจ็บปวดกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก คนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วทำเรื่องแบบนี้ลงไปไม่ควรถูกปล่อยให้ลอยนวลในยุคนี้สมัยนี้แล้ว”

นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่าได้ส่งเรื่องร้องเรียนไปยัง TfL แล้วและยังคงรอการตอบกลับอยู่ เธอยากได้คลิปจากกล้องวงจรปิดตอนเกิดเหตุเพื่อนำไปให้ตำรวจช่วยจับกุมตัวชายคนที่รังแกเธอและลูก และต้องการให้มีการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยตัวชายผิวขาวไปด้วย

 

I just had racial and islamophobic abuse hurled at me and my 3 year old daughter in Mile End station today around 2pm by…

Rashina Begum 发布于 2019年2月24日周日

 

ทางด้าน Siwan Hayward ผู้อำนวยการการรักษากฎหมายของ TfL กล่าวว่า “ลูกค้าของเราทุกคนมีสิทธิในการใช้บริการคมนาคมโดยปราศจากความกลัวที่จะถูกกลั่นแกล้ง ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นร่วมกับทีมจากสถานี Mile End อย่างเร่งด่วน

เราสนับสนุนให้ใครก็ตามที่ถูกทำร้ายไม่ว่าทางร่างกายหรือวาจาก็ตาม กรุณาแจ้งตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ของเราที่ถูกฝึกสอนให้ประสานงานกับผู้รักษากฎหมายโดยทันที”

 

ที่มา Metro และ Rashina Begum

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...