เหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณู “แฟตแมน” และ “ลิตเติ้ลบอย” ที่เพิ่งทำเสร็จสดๆ ร้อนๆ ที่เมืองฮิโรชิม่าและนางาซากิของประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1945 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่โลกได้รู้จักกับอาวุธมหาประลัยชนิดใหม่ ที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับมนุษย์ทุกคนบนโลก

การระเบิดครั้งนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 250,000 รายในทันที ส่วนผู้ที่รอดชีวิตก็ต้องทนทุกข์ทรมานจากผลกระทบของกัมมันตรังสีที่ปล่อยออกมาขณะเกิดการระเบิด

 

2

 

การทิ้งระเบิดครั้งนั้นถือว่าเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการจบสงครามโลกกับญี่ปุ่นให้เร็วที่สุด โดยพวกเขาได้จับมือกับประเทศแคนาดาในการพัฒนาโครงการ “แมนฮัตตัน” ขึ้นมา ซึ่งหลังจากพัฒนาระเบิดสองลูกแรกเสร็จแล้ว พวกเขาก็เริ่มมองหาสถานที่เป้าหมายในการทิ้งระเบิดทันที

โดยปกติแล้วการตัดสินใจในการรบแบบนี้ ประเทศส่วนมากจะมอบอำนาจในการตัดสินใจให้กับทหาร แต่สำหรับสหรัฐอเมริกา พวกเขากลับมอบหน้าที่เหล่านี้ให้กับนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งมีการคิดคำนวนถึงผลกระทบอย่างดี ว่าทิ้งลงที่ไหนจะทำให้ญี่ปุ่นยอมแพ้เร็วที่สุด

 

5315037da4d61-in-the-matter-of-j.-robert-oppenheimer-review-st.-sebastian-players-2

 

สุดท้ายเป้าหมายก็คือเมืองฮิโรชิม่าที่เป็นเป็นท่าเรือและจุดศูนย์การอุตสาหกรรม ส่วนลูกที่สองตอนแรกพวกเขาตั้งใจจะไปทิ้งที่เมืองโยโกฮาม่า แต่โชคไม่ดีวันนั้นเกิดมีเมฆมากปกคลุมน่านฟ้า ทำให้หวยไปออกที่เมืองนางาซากิแทน

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมสหรัฐอเมริกาถึงไม่ทิ้งระเบิดที่กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น สาเหตุก็เพราะว่าสหรัฐฯ เพียงต้องการบีบให้ญี่ปุ่นยอมแพ้เท่านั้น หากนำไปทิ้งที่โตเกียวซึ่งเป็นศูนย์รวมกองบัญชาการทั้งหมดแล้วล่ะก็ ประเทศทั้งหมดก็จะอยู่ในสภาพสับสนเพราะขาดผู้บังคับบัญชา และการทำให้ยอมแพ้ก็จะเป็นเรื่องยากขึ้นนั่นเอง

 

3017_01

 

ยิ่งไปกว่านั้น กรุงโตเกียวยังเป็นที่ตั้งของมหาราชวังขององค์จักรพรรดิญี่ปุ่นอีกด้วย หากมีการฆ่าองค์จักรพรรดิอาจทำให้ประชาชนที่อยู่ในประเทศสู้ตายโดยไม่ยอมแพ้ก็เป็นได้

ซึ่งหลังจากทิ้งระเบิดที่เมืองนางาซากิได้ 6 วัน ทางองค์จักรพรรดิของญี่ปุ่นก็ประกาศยอมแพ้โดยไม่มีเงื่อนไขในทันที ท่ามกลางความไม่พอใจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในขณะนั้น

 

n-surrender-a-20140815

 

อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐฯ ก็มีการเตรียมการในกรณีที่ญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้ไว้แล้ว อ้างอิงจากเอกสารลับที่บันทึกการตอบโต้ของนายพลจอห์น ฮัล และพันเอกคนหนึ่งเอาไว้ โดยเขาบอกว่า ระเบิดลูกที่สามจะเสร็จในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 1945 และจะผลิตได้อีก 3 ลูกในช่วงเดือนกันยายน 1945 และอีก 3 ลูกในเดือนตุลาคม

 

1

 

โชคดีที่ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ทันทีหลังจากใช้ระเบิดลูกที่สอง (ระเบิดลูกที่สองทิ้งเมื่อ 9 สิงหาคม 1945) ทำให้ระเบิดลูกที่สามที่ยังสร้างไม่เสร็จนั้น ไม่ทันได้ใช้งาน (จนถึงบัดนี้)

แน่นอนหลังจากเหตุการณ์นั้น ทุกประเทศต่างลงนามในสัญญาเลิกใช้ระเบิดนิวเคลียร์ เพราะกลัวว่าหากมีการใช้ระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้ง ทุกชีวิตที่อยู่บนโลกอาจต้องดับสูญไปพร้อมๆ กับแรงระเบิดก็เป็นได้

 

emo9

 

ก็คงได้แต่ภาวนาว่า เราจะไม่ได้เห็นระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้งนะฮะ ไม่งั้นได้ลำบากกันทั่วโลกแน่นอน

ที่มา Wikipedia, Pantip

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์