นักวิทยาศาสตร์ค้นพบกะโหลกมนุษย์อายุกว่า 300,000 ปี เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา

หากจะว่าด้วยเรื่องต้นกำเนิดของมนุษย์เรานั้น ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรและเกิดขึ้นมาตอนไหน แต่ว่าในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบหลักฐานสำหรับที่มาของมนุษยชาติแล้ว เพราะว่าพวกเขาได้ค้นพบหัวกะโหลกที่มีอายุมากกว่า 300,000 ปี ซึ่งอาจเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลกไปเลย

Jean-Jacques Hublin และทีมงานของเขาจากสถาบันวิจัย Pax Planck ได้ค้นพบโครงกระดูกอายุกว่า 300,000 ปีซึ่งน่าจะเป็นที่มาของมนุษยชาติซึ่งเหล่าฟอสซิลเหล่านี้น่าจะเป็นโครงกระดูกที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ที่เคยมีการค้นพบเลยก็ว่าได้

 

 

ซึ่งที่มาของการค้นพบครั้งนี้เกิดจากเมื่อประมาณเมื่อ 20-30 ปีก่อนคนงานเหมืองแร่ใน Marrakesh ประเทศโมร็อกโกได้สะดุดเข้ากับหัวกะโหลกของมนุษย์เข้า นั่นจึงได้เริ่มการขุดค้นบริเวณนี้ขึ้นเพราะเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ยังมีโครงกระดูกอื่นๆ อีกมาก

จนมาพบเข้ากับซากโครงกระดูกโบราณนี้ในที่สุดโดยในตอนแรกพวกเขาสันนิษฐานกันไว้ว่ากะโหลกมนุษย์ที่ค้นพบนี้มีอายุกว่า 40,000 ปีเลยทีเดียวแต่เมื่อนำไปเทียบกับหลักฐานในยุคต่างๆ ที่เคยมี ปรากฏว่ามันไม่ตรงกับยุคไหนเลยและน่าจะมีความเก่าแก่มากกว่านั้น

 

 

นอกจากกะโหลกอันนี้แล้วพวกเขายังพบโครงกระดูกอื่นๆ อีกในบริเวณนี้โดยน่าจะเป็นโครงกระดูกสำหรับคน 5 คนอีกทั้งยังพบมีดที่ทำมาจากหินอยู่ข้างๆ โครงกระดูกและเมื่อนำสิ่งต่างๆ ไปตรวจสอบรังสีแล้วก็พบว่าโครงกระดูกเหล่านี้น่าจะมีอายุกว่า 300,000-350,000 ปีก่อนเลยทีเดียว

ในตอนแรก Hublin คิดว่าลักษณะของกะโหลกโบราณต้องมีกระดูกคิ้วที่แข็งแรง รูปร่างกะโหลกค่อนข้างใหญ่และมีใบหน้ามีแบนเรียบ แต่เมื่อมีการค้นพบนี้ขึ้นก็ปรากฏว่ากะโหลกของมนุษย์เมื่อ 3 แสนปีก่อนมีความใกล้เคียงกับมนุษย์ในยุคปัจจุบันเลย

Hublin ยังมีความเชื่ออีกว่าประเทศโมร็อกโกนี้ยังมีซากดึกดำบรรพ์ซึ่งอาจเป็นกุญแจในการไขจุดกำเนิดของมนุษย์ ที่รอคอยการค้นพบอีกจำนวนมาก

 

 

ที่มา: unilad , businessinsider

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....