ณ สาธารณรัฐมาลาวี Byson Kaula เคยเป็นนักโทษและรอดจากการถูกประหาร เนื่องจากเพชฌฆาตที่ต้องทำหน้าที่ในการแขวนคอนักโทษบอกว่า “เหนื่อยเกิน ขอหยุดพัก” ถึง 3 ครั้งด้วยกัน

และสาเหตุที่ทำให้เขาต้องมาเป็นนักโทษก็ไม่ใช่ความผิดที่เขาตั้งใจกระทำ ซึ่งต้องย้อนกลับไปในปี 1992 ก่อนที่เขาจะได้รับโทษในครั้งนั้น

 

ชายผู้รอดชีวิตมาได้ Byson Kaula

 

Byson เคยทำงานให้กับโรงงานแก๊ซแห่งหนึ่ง ที่กรุงโยฮานเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ในขณะนั้นเขามีเงินเก็บพอที่จะซื้อที่ดินไว้ปลูกพืชผักสวนครัว และจ้างชาวสวนไว้ 5 คนด้วยกัน

ในวันหนึ่งเพื่อนบ้านของเขาได้เข้าไปทำร้ายหนึ่งในชาวสวนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาจึงเป็นคนเข้าไปช่วยลูกน้องเอาไว้ และพยายามแบกหามไปที่บริเวณห้องน้ำก่อน

แต่ฝนที่ตกลงมาหนักมากทำให้เขาลื่นล้ม ส่วนลูกน้องเขาก็ล้มลงเช่นกัน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา หลังจากนั้น Byson ในวัย 40 จึงได้รับโทษข้อหาฆ่าคนตาย

 

คุณแม่ของ Byson

 

Byson Kaula ได้ออกมาเผยว่าช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่แย่มากที่สุด ที่ต้องรอคอยการประหารในแต่ละวัน และเขาเป็นหนึ่งในรายชื่อนักโทษที่รอการประหารจำนวน 21 คน

ตอนนั้นหนึ่งในผู้คุมได้บอกพวกเขาว่าจะเริ่มทำการประหารตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป และให้เตรียมตัวสวดมนต์รอได้เลย

จนกระทั่งเวลา 15.00 น. เพชฌฆาตได้หยุดหน้าที่ และบอกกับผู้คุมว่า “วันนี้พอก่อน เยอะเกินไป เดี๋ยวจะมาอีกครั้งเดือนหน้า” ซึ่งตอนนั้นเหลืออีกเพียงแค่ 3 คน ในใบรายชื่อนักโทษประหารเท่านั้นก็จะถึงคราวของ Byson แล้ว

 

 

เดือนถัดมาอีกเขายังคงรอดจากการประหารครั้งที่ 2 ด้วยเหตุผลเดิม จนถึงครั้งที่สามนั้นนักโทษคนอื่นได้รับการประหารหมดเหลือเพียง Byson คนเดียวเท่านั้น

หลังจากนั้นด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองใน สาธารณรัฐมาลาวี ที่พรรคการเมืองต่างๆ ได้แบ่งออกเป็นหลายฝ่าย ทำให้โทษประหารในทุกเมืองต้องหยุดชะงักไปก่อน

และในปี 2007 ทุกอย่างก็ได้เปลี่ยนไป เมื่อมีการเรียกร้องให้รัฐบาลของสาธารณรัฐมาลาวีได้ตรวจสอบรัฐธรรมนูญอีกครั้ง ถึงกฏหมายในการลงโทษประหารด้วยการแขวนคอที่โหดร้าย และป่าเถื่อนซึ่งขัดต่อหลักมนุษยธรรม

แน่นอนว่าหลังจากนั้นได้มีการออกคำสั่งให้ยกเลิกการลงโทษนักโทษด้วยการประหารชีวิต ซึ่งรวมถึง Byson ด้วย

 

 

Byson ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เขาได้ขึ้นศาลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะได้รับการยกเว้นให้พ้นโทษประหาร

“ตอนนั้นศาลบอกผมว่าให้ออกไปจากห้องได้แล้ว แต่ตอนนั้นผมยืนไม่ไหวจริงๆ ผมนั่งตัวสั่นอยู่ และทุกๆ อย่างเหมือนราวกับว่าผมฝันไป”

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา Byson Kaula ใช้ชีวิตในไร่ที่เขาเคยซื้อไว้ และดูแลแม่ของเขาที่ตอนนี้อายุถึง 80 ปีแล้ว อย่างมีความสุขจนถึงทุกวันนี้

 

ที่มา: bbcdeathpenaltyworldwide

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...