ในปัจจุบันการเขียนจดหมายนั้นลดลงจากแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เราแทบจะไม่ได้เห็นคนที่เต็มใจมานั่งเขียนจดหมายไปหยอดตู้ไปรษณีย์อีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ตามคำพูดที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์นั้นมักจะถูกจารึกไว้ด้วยน้ำหมึก เพราะสิ่งที่ดูจะไม่จำเป็นในปัจจุบันนั้น ในสมัยก่อนเป็นสิ่งที่เปี่ยมล้นไปด้วยความหมายเหลือเกิน

เฉกเช่นสุดยอดจดหมายในตำนานของคนมีชื่อเสียงในอดีตที่อาจเปลี่ยนโลกได้ทั้งใบเหล่านี้

 

จดหมายจากคานธีถึงฮิตเลอร์

 

นี่เป็นจดหมายที่ถูกเขียนขึ้นโดย มหาตมา คานธีเมื่อปี 1939 โดยจ่าหน้าซองไปถึง อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ความว่า “เพื่อนเอ๋ย ท่านเป็นชายผู้เดียวในโลกที่จะหยุดยั้งสงครามที่จะเปลี่ยนมนุษยชาติไปสู่ความป่าเถื่อนได้ ท่านจะฟังคำของผู้ที่รังเกียจการทำสงครามไร้ประโยชน์อย่างถึงที่สุดหรือไม่”

โชคร้ายที่จดหมายฉบับนี้ไม่เคยถูกส่งออกไปจากประเทศ เนื่องจากถูกทางอังกฤษหยุดเอาไว้ก่อน และสุดท้ายฮิตเลอร์ก็โจมตีโปแลนด์จนนำไปสู่สงครามอยู่ดี

ไม่แน่นะว่าหากจดหมายฉบับนี้ถูกส่งออกมา ประวัติศาสตร์อาจจะต่างไปจากที่เรารู้มากก็เป็นได้

 

 

จดหมายจากไอน์สไตน์ ไปยัง โรสเวลต์

 

ในเดือนสิงหาคมปี 1939 พลังงานปรมาณูยังเป็นเรื่องที่ไม่แพร่หลายมากนัก อย่างไรก็ตามนักฟิสิกส์นามลีโอ ซิลาร์ด ได้รับรู้ถึงความก้าวหน้าของนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน เขาจึงได้ขอให้อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ส่งจดหมายไปเตือนประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแฟรงคลิน ดี โรสเวลต์

ไอน์สไตน์เห็นด้วยและส่งจดหมายเตือนที่ว่า “ยูเรเนียมอาจจะกลายเป็นแหล่งพลังงานใหม่” และ “ฮิตเลอร์อาจสามารถพัฒนาระเบิดชนิดใหม่ที่ทรงพลังมาก” ซึ่งส่งผลให้ประธานาธิบดีโรสเวลต์ที่เห็นจดหมายก่อตั้ง “โครงการแมนฮัตตัน” ที่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในเวลาต่อมา

 

 

จดหมายจากคุกของ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

 

นี่เป็นจดหมายที่เขียนขึ้นหลังจากที่เขาถูกจับขังไว้ในคุกที่เบอร์มิงแฮม หลังจากที่มีการประท้วงในปี 1963 โดยตัวจดหมายต้นฉบับนั้นถูกเขียนไว้บนเศษกระดาษทุกชนิดที่เขาหาได้

จดหมายนี้มีความยาวร่วม 7,000 ตัวอักษร และทรงพลังมากจนยังถูกใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในปัจจุบัน โดยมีเนื้อความบางส่วนว่า “ความอยุติธรรมไม่ว่าเกิดขึ้นที่ใด ก็เป็นภัยคุกคามความยุติธรรมทุกหนทุกแห่ง” ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในคำคมตลอดกาลไป

 

 

ที่มา mirrorthegospelcoalition

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...