เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Deutsche Bank ได้เผยแพร่รายงาน “Mapping the world’s price” ประจำปีซึ่งจัดทำขึ้นโดยอาศัยดัชนีชีวัดในด้านต่างๆ 8 ด้าน ซึ่งประกอบไปด้วย ด้านกำลังซื้อ, ความปลอดภัย, การดูแลสุขภาพ, ค่าครองชีพ, อัตราส่วนราคาทรัพย์สินต่อรายได้, เวลาการเดินทางจราจร, มลพิษและภูมิอากาศ

แต่ละเมืองก็ได้คะแนนในระดับที่ต่างกันไป มาดูซิว่าเมืองใดในประเทศไหนจะน่าอิจฉาที่สุดในโลก…

 

26. ออสโล นอร์เวย์

 

25. โจฮานเนสเบิร์ก แอฟฟริกาใต้

24. บรัสเซลล์ เบลเยี่ยม

 

23. วอร์ซอ โปแลนด์

22. ชิคาโก สหรัฐอเมริกา

 

21. ดูบลิน ไอร์แลนด์

20. สต็อกโฮล์ม สวีเดน

19. ปราก สาธารณรัฐเช็ก

18. ซานฟานซิสโก สหรัฐอเมริกา

17. เคปทาวน์ แอฟฟริกาใต้

16. มาดริด สเปน

15. ลิสบอน โปรตุเกส

14. โตรอนโต แคนนาดา

13. โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์

12. กรุงเบอร์ลิน  เยอรมันนี

11. เฮลซิงกิ ฟินแลนด์

10. ซิดนีย์ ออสเตเลีย

เป็นเมืองที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อุดมไปด้วยแสงแดดตลอดทั้งปี

9. อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์

8. บอสตัน สหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตสูงสุดในปี 2017

7.ออตตาวา แคนนาดา

6. โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก

5. ซูริก สวิตเซอร์แลนด์

4. เมลเบิร์น เมืองที่ใหญ่อันดับ 2 ของออสเตรเลีย มีอำนาจการซื้อที่สูงเป็นอันดับต้นๆ

3. กรุงเวียนนา ประเทศออสเตเลีย

เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก และนับเป็นเมืองซึ่งไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ที่ติดมาสูงที่สุดด้วย

2. เอดินเบิร์ก สก็อตแลนด์

ติดอันดับสองด้านการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด เป็นเมืองปลอดมลพิษ และเป็นเมืองที่น่าอยู่มาก แทบจะไม่มีปัญหารถติดเลย

1. เวลลิงตัน นิวซีแลนด์

เป็นเมืองที่มีมลพิษน้อยที่สุดในโลก เป็นฐานทางธุรกิจและวัฒนธรรมอันเจริญรุ่งเรืองสำหรับบริษัทและผู้คนที่รักในรูปแบบของการใช้ชีวิตที่นี่

นอจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมเหมาะแก่การท่องเที่ยวด้วย มีกิจกรรมหลากหลายและสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินทางไปชมได้อย่างสะดวก

ถึงแม้ว่าจะไม่มีประเทศไทยที่ติดอันดับ แต่เราก็มีความภูมิใจในประเทศของเรานะ ทั้งอาหารอร่อย อากาศดี และที่สำคัญ คนไทยใจดีมากๆจ้า

ที่มา businessinsider

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...