ถือเป็นการกลับมายึดตารางบ็อกซ์ออฟฟิศอีกครั้งจริงๆ สำหรับแฟรนไชส์สายลับ ที่นำแสดงโดยนักแสดงระดับเอลิสรุ่นเก๋าอย่าง Tom Cruise โดยการกลับมาครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 5 แล้วสำหรับหนังชุด Mission: Impossible ซึ่งหากนับเวลาตั้งแต่ที่ภาคแรกเข้าฉายเมื่อปี 1996 ตอนนี้แฟรนไชส์ชุดนี้ก็มีอายุเกือบ 20 ได้แล้ว

 

และด้วยระยะเวลาที่ยาวนานขนาดนี้ ก็มีเรื่องราวเกิดขึ้นกับแฟรนไชส์ชุดนี้ขึ้นมากมาย ทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง สำหรับใครที่ดูหนังมาแล้วยังอินอยู่ หรือยังไม่ได้ไปดู แต่อยากจะอุ่นเครื่องสักหน่อย วันนี้เหมียวจะขอชวนไปอ่านรวม 23 เกร็ดภาพยนตร์จากหนังตระกูล Mission: Impossible กัน ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันโลด

 

1. แท้จริงแล้ว Mission: Impossible เคยเป็นซีรี่ย์ที่ออกฉายทางโทรทัศน์มาก่อนในยุค 60 – 70 มีด้วยกันถึง 7 ซีซั่น ก่อนที่จะกลายเป็นหนังจอเงินในปี 1996

1

 

2. 2,094 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 73.5 พันล้านบาท คือรายได้รวมจาก Mission: Impossible ทุกภาค

2

 

3. Mission: Impossible ออกฉายมาแล้วกว่า 5 ภาค ซึ่งในแต่ละภาคมีการเปลี่ยนผู้กำกับตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่ Brian De Palma, John Woo, J.J. Abrams, Brad Bird และ Christopher McQuarrie

2

 

4. Mission: Impossible ภาคแรกเป็นเพียงภาคเดียว ที่ไม่มีซีนการดวลปืน

4

 

5. ในยุคที่อุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังขยายตัว Mission: Impossible ภาคแรก เป็นหนังเรื่องแรกที่สามารถออกฉายในโรงหนังของสหรัฐได้มากถึง 3,000 โรง

5

 

6. ฉากจำอันโด่งดังฉากหนึ่งของซีรี่ย์ Mission: Impossible คือฉากที่ Ethan ห้อยสลิงลงมาจากด้านบน ซึ่งฉากนี้เองได้ถูกใส่ลงไปใน Mission Impossible: Ghost Protocol ด้วยเช่นกัน โดยในฉากนี้เป็น Jeremy Renner ที่ต้องรับบทนี้ไป

6

 

7. ในขั้นตอนการตัดต่อขั้นสุดท้ายของ Mission: Impossible II ที่กำกับโดย John Woo เขาตัดต่อออกมาได้ 3 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานมาก จนสตูดิโอต้องสั่งให้เขาไปตัดมาใหม่ให้เหลือแค่ 120 นาที นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหนังมีช่องโหว่ชวนให้งงมากมาย

0

 

8. นักแสดงอย่าง Dougray Scott ที่ปรากฏตัวใน Mission: Impossible II เคยเกือบจะได้รับบทเป็น Wolverine ใน X-Men ภาคแรกมาแล้ว แต่เพราะคิวถ่ายชนกับ Mission: Impossible II จึงปฏิเสธข้อเสนอนั้นไป(เกือบแล้วเชียว)

7

 

9. ในหนังเกือบทุกภาค Tom Cruise ยืนยันที่จะเล่นฉากสตั๊นเอง(รวมถึงภาคล่าสุดด้วย)

8

 

10. ใน Mission: Impossible III ที่กำกับโดย J.J. Abrams ใช้ทุนสร้างไปมากถึง 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดสำหรับผู้กำกับหน้าใหม่เลยก็ว่าได้(ในตอนนั้น J.J. Abrams ยังไม่เคยกำกับหนังใหญ่เลย)

9

 

11. Scarlett Johansson เคยเกือบจะได้รับบทใน Mission: Impossible III แล้ว แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธไป

10

 

12. จากการร่วมงานกับ Tom Cruise ใน Mission: Impossible – Ghost Protocol นักแสดงอย่าง Jeremy Renner ได้กล่าวว่าเหมือนกับฝันที่เป็นจริง เพราะเขามอง Cruise เป็นเสมือนไอดอลทางการแสดง แถมเมื่อได้เจอตัวจริงเขายังบอกอีกว่า Cruise นั้นเป็นกันเองมากๆ

11

 

13. Mission: Impossible – Ghost Protocol ถือเป็นงานกำกับหนังคนแสดงเรื่องแรกของผู้กำกับ Brad Bird เลยก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านั้นเขาเคยกำกับแต่แอนิเมชั่น The Iron Giant, The Incredibles และ Ratatouille

12

 

14. Mission: Impossible – Ghost Protocol ถือเป็นหนังภาคแรกที่มีชื่อตอน ซึ่ง Tom Cruise เคยกล่าวว่าเขารู้สึกยินดีมากที่หนังมีชื่อตอนสักที เพราะเขาไม่ชอบตัวเลขที่พ่วงท้ายเหมือนภาค 2-3 เลย โดยเขาคิดว่าหนังแต่ละภาคควรจะสามารถยืนได้ด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ต้องเอาตัวเลขมาผูกกับชื่อเรื่อง

13

 

15. Mission: Impossible – Ghost Protocol ถือเป็นหนังเรื่องแรกที่ออกมาในช่วงที่ Paramount ย่างเข้าสู่ปีที่ 100 พอดี จึงกลายเป็นหนังเรื่องแรกที่ได้ใช้โลโก้ 100th Anniversary Paramount ฉายปะหน้าหนัง

14

 

16. ตลอดการถ่ายทำ Mission: Impossible – Rogue Nation Tom Cruise ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 ครั้ง

15

 

17. Tom Cruise และ Simon Pegg ให้สัมภาษณ์ว่า ฉากการขับรถใน Mission: Impossible – Rogue Nation พวกเขาเป็นคนขับเองทั้งหมด(เชรด)

16

 

18. จริงๆแล้ว Mission: Impossible – Rogue Nation มีกำหนดฉายในช่วงปลายเดือนธันวาคม แต่ Paramount กลัวว่าจะชนกับ Spectre และ Star Wars: Episode VII – The Force Awakens เลยเลื่อนเข้ามาให้เร็วขึ้น

17

 

19. เกิดปัญหาเล็กๆระหว่าง Paramount และ Disney เพราะชื่อหนัง Rogue Nation ดันไปคล้ายกับชื่อ Star Wars Anthology: Rogue One หนังภาคแยกที่จะออกฉายในปี 2016 Disney จึงตกลงกับ Paramount ว่าตนเองจะยังไม่โปรโมทหรือปล่อยข้อมูลใดๆจนกว่าที่ Mission: Impossible – Rogue Nation จะเข้าฉายแล้ว(เพื่อป้องกันการสับสน)

18

 

20. โปรดิวซ์เซอร์ของหนังต้องการให้ Brad Bird กลับมากำกับในภาคที่ 5 อีกครั้ง แต่ Bird ปฏิเสธ และเลือกไปกำกับหนังใหม่อย่าง Tomorrowland แทน(ซึ่งคิดผิดมากๆ)

19

 

21. Benedict Cumberbatch คือตัวเลือกแรก ที่ทีมงานอยากให้มารับบทตัวร้ายในภาค 5

20

 

22. Mission: Impossible – Rogue Nation คือหนังภาคแรกที่ตัวละครทีมงานของ Ethan Hunt กลับมาในภาคนี้ครบทุกคน

21

 

23. ในปี 2015 ถือเป็นปีที่มีหนังสายลับเข้าฉายพร้อมกันถึง 5 เรื่อง ทั้ง Mission: Impossible – Rogue Nation, Spy, Spectre, Kingsman: The Secret Service และ The Man from U.N.C.L.E.

22

 

24. หลังจากที่ Mission: Impossible – Rogue Nation เข้าฉายในบางประเทศได้ไม่กี่วัน ก็มีข่าวออกมาว่า Tom Cruise เตรียมพูดคุยถึงภาคต่อแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะเริ่มต้นถ่ายทำในปี 2016(จะฟิตไปไหน)

23

 

แหม่ ร่ายยาวมาซะขนาดนี้ ใครยังไม่ได้ดูก็รีบๆไปดูเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวคุยกับเขาไม่รู้เรื่องนะเออ

ที่มา boxofficemojo , imdb

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด