เทคโนโลยีตู้กดอัตโนมัตินั้นมีมานานแล้ว แต่ไม่ค่อยนิยมมากนักในบ้านเราเพราะว่าปัจจัยหลายๆ อย่าง แต่ถ้าพูดถึงประเทศที่เต็มไปด้วยตู้กดมากมายก็คงจะหนีไม่พ้นญี่ปุ่น

สินค้าที่ขายในตู้นั้นก็มีมากมาย แต่ส่วนมากมักจะเป็นของกินมากกว่า อย่างเช่นน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือแม้กระทั่งไอศกรีม

แต่รู้หรือไม่ว่าทั่วโลกนั้นก็มีตู้กดที่แตกต่างกันออกไป และสินค้าแต่ละชนิดมันก็แปลกซะจนคิดว่าของอย่างนี้ก็สามารถเอามาขายในตู้ได้ด้วยเหรอ!? เราไปดูกันเลยว่าแต่ละประเทศจะมีของที่เอามาขายในตู้แปลกขนาดไหน…

 

ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องคนรวย จึงไม่แปลกที่โรงแรมในเมืองอาบูดาบีจะมีตู้กดทองแท่ง แบบใส่เงินปุ๊บได้ทองปั๊บ

 

Marvin Kilgore ผู้ประกอบการในฟิลาเดเฟีย ได้ทำตู้ที่บรรจุผมของคนจริงๆ เอาไว้ ว่าง่ายๆ ก็คือวิกนั่นเอง โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะเอายาวเท่าไหร่ ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 2,100 – 8,700 บาทเลยทีเดียว

 

บอกแล้วว่าตู้กดไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนกลับไปในปี 1949 ได้มีบริษัทหนึ่งผลิตตู้หยอดเหรียญ แล้วเราก็จะได้โลชั่นมา แต่ไม่ได้มาเป็นขวดนะ มันจะพ่นออกมาตามสายอย่างที่นางแบบคนนี้ถืออยู่

 

ทาง Amazon ก็มีตู้กดกับเขาเหมือนกัน โดยตู้กดนี้ชื่อว่ Kindle Fire ซึ่งแน่นอนว่าเอาไว้ขายแท็ปเล็ต Kindle และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวในสนามบิน McCarran Airport ในลาสเวกัส

 

สำหรับสาวๆ ออฟฟิศที่เลิกงานดึก แล้วต้องใส่ส้นสูงตลอดเวลา อาจจะทำให้เมื่อยล้าและเดินลำบาก แต่ที่แคลิฟอร์เนียและลาสเวกัส คุณสามารถไปตู้กดรองเท้าได้เลย มันเป็นรองเท้าสำหรับใส่เพื่อผ่อนคลาย ไม่ต้องใส่ส้นสูงเดินไปจนถึงบ้านแล้ว

 

ที่เห็นในตู้นั้นคือขนมปังฝรั่งเศส แน่นอนว่าตู้นี้มันต้องอยู่ในฝรั่งเศสด้วย ปกติแล้วขนมปังแบบนี้ต้องกินกับแบบอบจากเตากำลังดี ดังนั้นถ้าอยากได้ขนมปังดีๆ แต่หาซื้อไม่ได้ ก็มาหยอดเหรียญเอาเลย

 

ในฟุตบอลโลกปี 2014 ประเทศบราซิลได้ติดตั้งเครื่องขายเสื้อฟุตบอลสำหรับแฟนๆที่สถานีรถไฟใต้ดิน เหมาะสำหรับแฟนๆ ที่เดินทางไกลมาจากบ้าน แล้วไม่มีเสื้อผ้าใส่ ก็สามารถมาซื้อได้เลย

 

อยากดื่มแชมเปญ จะไปหาซื้อที่ไหนดีล่ะ ถ้าไม่ใช่ในลอนดอนที่มีตู้กดแชมเปญแบรนด์ Moët & Chandon ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 บาท

 

ไข่ปลาคาเวียร์ที่เขาว่าแพง ก็ยังสามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดาย เมื่อคุณได้ไปที่ลอสแองเจิลลิส มีให้เลือกมากมายหลายขนาด ตั้งแต่ราคา 200 บาท ไปจนถึง 17,500 บาท เลยทีเดียว

 

เราอาจจะเคยเห็นตู้กดบุหรี่มาบ้าง แต่จะมีใครคิดว่ามันจะมีตู้กดซิกก้าด้วย โดยตู้นี้มีซิกก้ากว่า 25 แบรนด์ ตั้งแต่เกรดธรรมดาไปจนถึงพรีเมี่ยม แน่นอนว่าราคามีตั้งแต่ 100 บาท ไปจนถึง 700 บาท เลย

 

ตู้นี้ชื่อว่า Swap-o-matic ต่างจากตู้กดอื่นๆ ตรงที่มันไม่ต้องหยอดเหรียญแล้วได้ของ เพียงแค่คุณมีของอะไรก็ได้ที่ไม่ได้ใช้ แล้วเอามาใส่ตู้นี้ มันก็จะเปลี่ยนเป็นของอย่างอื่นให้ มันทำให้คนไม่ต้องคิดเรื่องเอาของเก่าไปขาย หรืออยากซื้อของใหม่

 

เบื่อการกินขนมหรือของหวานจากตู้พวกนี้ใช่ไหม เรามากินอะไรเพื่อสุขภาพอย่างสลัดในขวด กลุ่มสตาร์ทอัพในชิคาโกชื่อว่า Farmer’s Fridge ได้ทำเครื่องนี้ออกมา โดยข้างในนั้นจะมีสลัดแบบสดๆ มาให้คุณได้เลือกทานในราคา 280 บาท

 

อยากกินพิซว่า แต่ขี้เกียจโทรสั่งเพราะว่ามันต้องรอนาน งั้นก็มาที่นี่เลย ตู้กดพิซซ่า ไม่ต้องเวฟหรือรอนานก็สามารถอิ่มอร่อยกับพิซซ่าได้ เพียงแค่ใช้เวลาประมาณ 90 วินาที เราก็จะได้พิซซ่าขนาด 10 นิ้วมาแล้ว

 

แต่ถ้าไม่ชอบพิซซ่า ลองมาอีกตู้ แต่ก็เป็นบริษัทเดียวกันนี่แหละ โดยตู้นี้คุณอามารถอร่อยกับเบอริโต้ ไส้กรอก มันฝรั่งอบ เบคอน และยังมีไก่และเนื้อให้เลือกอีกด้วย อร่อยเหาะแน่นอน

 

ท่อน้ำแตก จะไปหาซื้อที่ไหนได้บ้างเนี่ย.. ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวนี้เขามีท่อสำรองขายในตู้กดกันแล้ว ราคาท่อละประมาณ 10 บาทเท่านั้นเอง

 

เดี๋ยวนี้เรื่องสุขภาพเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก การได้ทานของดีๆ จึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนให้ความสนใจ ฟาร์มในเมืองลอนดอนขึ้นขนเอานมสดๆ มาแบ่งขายในระบบตู้กดให้คนได้มาหยอดแล้วเอากลับบ้านไปดื่มอย่างสบายใจ

 

ถ้าวันไหนได้ไปเที่ยวที่ฮอลลีวูดในแคลิฟอร์เนีย แล้วบังเอิญมีสิวพอดี มองหาตู้ของ Proactive ไว้ให้ดี มันคือยาที่จะช่วยให้สิวของคุณหาเร็วยิ่งขึ้น

 

แต่ถ้าคุณไปโตเกียว ก็อย่าลืมแวะไปที่ตู้กดแห่งนี้ เพราะจุดเด่นของเขาก็คือจะมีคนหยิบขนมให้กับมือเลย ว่าแต่.. แบบว่าจะเรียกว่าเป็นตู้กดอัตโนมัติได้รึเปล่านะ

 

จำได้ไหม เมื่อหลายปีก่อนที่มีไข้หวัดนกระบาด ที่ไต้หวันได้ทำตู้กดหน้ากากขึ้นมา และได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมันสะดวก หาซื้อได้ง่าย ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีขายอยู่

 

ตู้กดปูจากเมืองจีน ที่ตั้งอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดินเมืองหนานจิง ลองนึกภาพว่าเรากำลังเดินๆ อยู่แล้วอยาก แถมมันยังสดๆ (ยังไม่ตาย) ด้วยนะเออ ไม่รู้อารมณ์ไหนกันถึงเอาไปตั้งตรงนั้น แต่ก็สามารถขายได้เฉลี่ย 200 ตัวต่อวันเลยทีเดียว

 

ปกติแล้วเรามักจะเห็นคัพเค้กขายในร้ายเบเกอร์รี่ แต่ครั้งนี้มันมาอยู่ในตู้ในเมืองนิวยอร์ก ลอสแองเจิลลิส และดาลาส คุณสามารถเลือกหน้าคัพเค้กที่ต้องการ แล้วก็รูดบัตรจ่าย เพียงเท่านี้ก็ได้คัพเค้กแสนอร่อยไปทานทันที

 

แต่ละประเทศแปลกๆ ทั้งนั้นเลย ถ้าให้ลองคิดดูว่าถ้าบ้านเรามีตู้กดแปลกๆ บ้าง ข้างในจะขายอะไรดีนะ?

ที่มา thisisinsider

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวที่หลงไหลทางด้านงานศิลปะและภาพยนตร์ หวังว่าน้องหน้ามนจะเข้าใจพี่ บอสเหมียวบอกให้ใส่คำอธิบายเยอะๆ แต่มันคิดไม่ออก เลยเอาแค่นี้ละกัน