เมื่อเห็นสภาพอากาศของโลกในปัจจุบัน มังคงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ หลายคนๆ จะคิดขึ้นมาว่ามนุษย์เราคงอยู่บนโลกนี้ได้อีกไม่นานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามคงจะมีไม่กี่คนหรอกที่สามารถระบุได้ว่า “อีกไม่นาน” ที่กล่าวมานี้ ตกลงแล้วมันเมื่อไหร่กัน

แต่แล้วเมื่อล่าสุดนี้เอง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลียที่ชื่อ “Breakthrough National Centre for Climate Restoration” ก็ได้มีการออกมาเปิดเผยรายงานชิ้นใหม่ที่บอกว่าหากมนุษย์ยังมีอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบนี้อยู่ สังคมมนุษย์อาจจะถึงจุดล่มสลาย ภายในปี “2050” ก็เป็นได้

 

 

อ้างอิงจากภายในรายงาน หากมนุษย์ยังคงมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอัตราเดียวกับในปัจจุบัน ภายในเวลาเพียงแค่ 30 ปี โลกของเราอาจจะร้อนมากขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบนิเวศ

การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้จะส่งผลให้ธารน้ำแข็งทั่วโลกละลายจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำลายป่าอเมซอน หนึ่งในผืนป่าขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ลดคาร์บอนไดออกไซด์ของโลก และนำไปสู่ภัยความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

 

 

ความร้อนนี้จะทำให้สภาพแวดล้อมกว่า 35% ของพื้นที่โลกทั้งหมดกลายเป็นที่ที่ต้องพบกับภาวะความร้อนที่รุนแรงกว่าที่มนุษย์จะเอาชีวิตรอดได้ ถึงปีละ 20 วัน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับมนุษย์ถึงราวๆ 55% ของโลก

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะพื้นที่บนโลกที่เหรออยู่เองในหลายๆ ที่ก็จะพบกับภัยแล้ง น้ำท่วม และไฟป่ารุนแรง ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้มนุษย์กว่า 1 พันล้านคนขาดแคลนน้ำดื่ม และไม่สามารถทำการเกษตรได้ นำไปสู่การอพยพครั้งใหญ่ ความเป็นไปได้ของต่อสู้แย่งชิงทรัพยากร และสงครามนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ต่อไป

 

 

อ้างอิงจากคุณ David Spratt ผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ในปัจจุบันมนุษย์เราเหลือเวลาอยู่แค่เพียงราวๆ 1 ทศวรรษเท่านั้น ในการรักษาโลกใบนี้ ซึ่งสำหรับคุณ David เองแล้วทางเดียวที่จำทำได้ คือการระดมกำลังของมนุษย์ในระดับเดียวกับภาวะฉุกเฉินในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองให้ได้เท่านั้น

ไม่เช่นนั้น ฝันร้ายของวันสิ้นโลกที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในหนัง ก็อาจจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ฝันร้ายอีกต่อไป

 

 

ที่มา livescience, metro

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...