เวลาที่เราได้กลิ่นเหม็นๆ ลอยเข้าจมูก แค่เพียงแวบเดียวเราก็อาจจะทนไม่ไหวต้องหาทางไปให้พ้นๆ จากกลิ่นนั้น แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีชาวบ้านของเมืองๆ หนึ่งต้องทนอยู่กับเหม็นชนิดที่ว่า ‘ไม่กล้าที่จะสูดหายใจ’ มานานกว่า 17 ปี!?

 

 

ตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านแห่งเมือง St.Mary’s เมืองเล็กๆ ในรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ ประเทศแคนาดา ต้องทนทุกข์อยู่กับกลิ่นฉุนจมูกนั่นคือกลิ่นเหม็นเน่าของ ‘น้ำปลา’ ที่ส่งกลิ่นออกมาจากโรงงานร้างใกล้ๆ กับเมือง

ความเป็นมาของกลิ่นคละคลุ้งนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1990 เมื่อชาวเวียดนามที่อพยพมาอยู่ที่นี่ได้จัดตั้งโรงงานชื่อว่า Atlantic Seafood Sauce ใกล้ๆ กับเมือง โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะผลิตน้ำปลาซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของประเทศเวียดนาม…

ในตอนแรกกิจการของพวกเขาสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ว่าหลังจากนั้น 4 ปีก็มีปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของโรงงานนาม Sanh Go ได้เริ่มพร่ำบ่นว่ากฎระเบียบด้านอาหารของประเทศแคนาดากำลังจะค่อยๆ พังธุรกิจของเขา

 

 

ธุรกิจยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในปี 2000 สำนักงานตรวจสอบอาหารของแคนาดาได้เข้ามาตรวจสอบโรงงานแล้วก็ได้ข้อสรุปว่าน้ำปลาที่ผลิตที่นี่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย โรงงานแห่งนี้จึงถูกปิดตัวลงในอีกสองปีต่อมา

แต่ว่าสิ่งที่ยังคงอยู่ภายในโรงงานแห่งนี้ ก็คือถังใส่ปลาที่หมักดองแล้วและถังบรรจุน้ำปลาอีกจำนวนมาก ซึ่งนี่เองจึงกลายเป็นที่มาของกลิ่นเหม็นเน่าตั้งแต่นั้นเป็นมา

“มันผ่านไปเป็นสิบๆ ปีแล้ว และมันก็แย่ลงในทุกๆ ปีเพราะด้วยกลิ่นของมันเอง ในตอนนี้มันได้ก่อปัญหาด้านสุขภาพจากการที่เราไม่สามารถสูดหายใจได้เลย กลิ่นมันฉุนจริงๆ” Juliette Lee ชาวบ้านให้สัมภาษณ์กับสื่อ

สำหรับ Lee เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ถัดจากโรงงานน้ำปลาร้างแห่งนี้ เธอเล่าว่าในทุกๆ ครั้งที่หลานของเธอมาเที่ยวหา เธอจะต้องให้พวกเขาสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันสารพิษที่ปะปนอยู่ในอากาศ

 

คลิปวิดีโอเกี่ยวกับปัญหานี้

 

แล้วยิ่งในช่วงฤดูร้อน มลพิษที่ว่านี้ก็ยิ่งแย่ลงถึงขีดสุดจนถึงขั้นที่ว่าแทบจะไม่สามารถหายใจได้เลย จึงทำให้เธอและสามีต้องเก็บข้าวของไปอาศัยอยู่กับหลานๆ เธอที่อยู่ไกลอีกไปราวๆ 100 กิโลเมตร

“เวลานั้นฉันต้องทิ้งบ้านแล้วไปอาศัยอยู่กับลูกชายและหลานๆ เพราะบอกจริงๆ ว่ารับกลิ่นของมันไม่ไหวจริงๆ” Lee กล่าว

“ตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่นฉันต้องขังตัวเองอยู่ในบ้านแล้วปิดหน้าต่างกับประตูทั้งหมดเพื่อป้องกันกลิ่นเข้ามา มันเหมือนติดคุกอยู่ในบ้านตัวเองยังไงยังงั้น” ชาวบ้านอีกคนกล่าวเสริม

โดยตลอดระยะเวลา 17 ปีที่ผ่านมาน้ำปลาและปลาหมักยังคงเหม็นเน่าขึ้นเรื่อยๆ ภายในโรงงานปิดร้างแห่งนี้

 

 

บางครั้งถังน้ำปลาเหล่านั้นก็เกิดการรั่วไหล บางส่วนก็ไหลลงท่อน้ำบางส่วนก็ไหลออกมานองนอกโรงงาน และส่วนหนึ่งก็ไหลลงสู่ทะเลด้วย

จนทำให้ครั้งหนึ่งในระหว่างการพยายามแก้ไขปัญหานี้ก็มีคนนำคอนกรีตไปโบกปิดทับท่อระบายน้ำ จึงทำให้น้ำปลาไม่มีทางระบายออกและท่วมสูงทั้งโรงงานกว่า 2 – 4 นิ้วเลยทีเดียว (ลองนึกภาพดูว่าจะกลิ่นฉุนขนาดไหน)

การพยายามแก้ไขปัญหานี้ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ อย่างเมื่อ 2 – 3 ปีก่อน เจ้าหน้าที่ได้พบว่ามีบริษัทแห่งหนึ่งเสนอตัวจะมาทำความสะอาดและเก็บกวาดน้ำปลาที่เหลืออยู่กว่า 150 ถังให้

แต่ในท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่การเก็บกวาดนี้ก็ต้องยุติลง เนื่องมาจากหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าบริษัทแห่งนี้มีการทิ้งถังบรรจุสารพิษหลายถังลงในมหาสมุทร

และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านกว่า 400 คนก็ต้องหาหนทางอื่นในการแก้ไขปัญหานี้ ทว่าก็ยังหาวิธีที่เหมาะสมไม่ได้สักที

 

 

ทั้งนี้ตัวแทนของบริษัททำความสะอาดที่กำลังพิจารณาว่าจะเข้ามาขจัดปัญหานี้ ก็บอกกับ Steve Ryan นายกเทศมนตรีของเมืองว่า นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เลวร้ายที่สุดที่บริษัทเคยเผชิญมาเลย

ในตอนนี้สิ่งที่พวกเขาทำได้คือพยายามเสาะหาบริษัทที่มีความสามารถพอที่จะกำจัดมลพิษสุดเลวร้าย ซึ่งก็มีบริษัทหนึ่งที่เสนอตัวเข้ามาแต่เรียกเงินสูงถึง 700,000 ดอลลาร์แคนาดา (ราวๆ 16 ล้านบาท)

แต่นั่นก็เป็นจำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่เมืองเล็กๆ เมืองนี้จะสามารถจ่ายได้ และเมื่อของบจากทางหน่วยงานเบื้องบนก็ได้รับปฏิเสธมาแล้วก่อนหน้านี้

ชาวบ้าน ณ เมืองแห่งนี้จึงไม่สามารถทำอะไรได้และจำยอมต้องอยู่กับปัญหานี้ต่อไป และหวังว่าเรื่องนี้จะได้รับการช่วยเหลือในสักวันหนึ่ง…

 

ที่มา: odditycentralglobalnewsmunchies.vice

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...