ภาพยนตร์ก็ถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในความบันเทิงที่ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังสตรองอยู่ได้

สำหรับวันนี้ #จ่าสิบเหมียว ก็อยากจะพาเพื่อนๆ ย้อนรอยไปดูเหล่าบรรดาภาพยนตร์ที่สามารถทำเงินได้เยอะที่สุดในรอบเกือบๆ ศตวรรษที่ผ่านมา ลองมาดูกันเลยว่าจะมีเรื่องที่เพื่อนๆ ชอบกันอยู่รึเปล่า

โดยใช้ข้อมูลรายได้สุทธิของหนังและเรทติ้งของแต่ละเรื่องจากทางเว็บไซต์ภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง  IMDb ล่ะ (ในส่วนของค่าเงินได้ทำการปรับตามอัตราเงินเฟ้อ เพื่อให้เห็นภาพที่เท่ากันในแต่ละปี)

ว่าแล้วเราก็มาดูตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกันเลย!!!

 

“Tom Sawyer” (1930) รายได้สุทธิ 159 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 6.5

1

 

“Frankenstein” (1931) ทำเงินไปทั้งหมด 190 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.0

2

 

“King Kong” (1933) ทำรายได้รวม 185 ล้านเหรียญ ได้เรทติ้ง 8.0

3

 

“It Happened One Night” (1934) ทำรายได้ 45 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.2

4

 

“Top Hat” (1935) ทำรายได้สูงถึง 30 ล้านเหรียญ ด้วยเรทติ้ง 7.8

5

 

“Snow White and the Seven Dwarfs” (1937) ทำรายได้สูงถึง 3,000 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.7

6

 

“Alexander’s Ragtime Band” (1938) ทำรายได้ 68 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.0

7

 

“Gone with the Wind” (1939) ทำรายได้สูงถึง 3,400 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.2

8

 

“Pinocchio” (1940) ทำเงิน 1,400 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.5

9

 

“Sergeant York” (1941) ทำเงินได้ราวๆ 268 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้ง 7.8

10

 

“Bambi” (1942) ทำรายได้ 1,500 ล้านเหรียญด้วยกัน ได้เรทติ้งจากทาง IMDb 7.4

11

 

“This Is the Army” (1943) ทำเงินได้ 271 ล้านเหรียญ แต่ได้เรทติ้งเพียง 6.0 เท่านั้น

12

 

“Going My Way” (1944) ทำรายได้สุทธิไป 223 ล้านเหรียญ ส่วนเรทติ้งอยู่ที่ 7.2

13

 

“The Bells of St. Mary’s” (1945) ทำเงิน 285 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.5

14

 

“Song of the South” (1946) ทำรายได้ทั้งสิ้น 804 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.4

15

 

“Forever Amber” (1947) ทำรายได้ไป 173 ล้านเหรียญด้วยกัน และได้รับเรทติ้ง 6.8

16

 

The Snake Pit (1948) ทำรายได้เพียง 100 ล้านเหรียญ แต่ได้รับเรทติ้งถึง 7.7

17

 

1949: “Samson and Delilah” ทำรายได้ 291.2 ล้านเหรียญ ส่วนเรทนั้นอยู่ที่ 6.8

18

 

1950: “Cinderella” ทำรายได้ไป 100 ล้านเหรียญเช่นกัน เรทติ้ง 7.3

19

 

1951: “Quo Vadis?” ทำเงินไป 277.7 ล้านเหรียญ เรทติ้งจากทาง IMDb คือ 7.2

20

 

1952: “The Greatest Show on Earth” ทำรายได้ทั้งสิ้น 327 ล้านเหรียญ เรทติ้งอยู่เบาๆ ที่ 6.7

21

 

1953: “Peter Pan” 366.8 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.3

22

 

1954: “White Christmas” ทำรายได้ 268.4 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.6

23

 

1955: “Lady and the Tramp” ทำรายได้ 326 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้งไป 7.4

24

 

1956: “The Ten Commandments” ทำเงินสูงถึง 579.5 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.9

25

 

1957: “The Bridge on the River Kwai” ทำรายได้ไป 233 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.2

26

 

1958: “South Pacific” ทำรายได้ไป 306.4 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้ง 6.9

27

 

1959: “Ben-Hur”  หนึ่งในหนังที่ขึ้นแท่นระดับตำนาน ทำรายได้ไป 612 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้ง 8.1

28

 

1960: “Swiss Family Robinson” ทำรายได้ 327.6 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.2

29

 

1961: “101 Dalmatians” ทำรายได้พุ่งทะลุกว่า 1,000 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.2

30

 

1962: “The Longest Day” 311.6 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.8

31

 

1963: “Cleopatra” ทำรายได้ไป 453.8 ล้านเหรียญ กับเรทติ้งที่ 7.0

32

 

1964: “Mary Poppins” ทำรายได้ไป 240.6 ล้านเหรียญ เรทติ้งอยู่ที่ 7.8

33

 

1965: “The Sound of Music” ทำรายได้สุทธิสูงมากราวๆ 1,200 ล้านเหรียญ กับเรทติ้งที่ 8.0

34

 

1966: “The Bible: In The Beginning…” ทำรายได้ 259.2 ล้านเหรียญ เรทติ้งเพียง 6.2 เท่านั้น

35

 

1967: “The Jungle Book” ทำรายได้ 531 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้งอยู่ที่ 7.6

36

 

1968: “Funny Girl” ทำรายได้ไป 361 ล้านเหรีญ เรทติ้ง 7.5

37

 

1969: “Butch Cassidy and the Sundance Kid” ทำรายได้สุทธิกว่า 670.8 ล้านเหรียญ เรทติ้งที่ 8.1

38

 

1970: “Love Story” ทำรายได้ไป 659.3 ล้านเหรียญ เรทติ้งจากทาง IMDb อยู่ที่ 6.9

39

 

1971: “Billy Jack” รายได้สูงถึง 582 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้ง 6.2

40

 

1972: “The Godfather” ทำรายได้ราวๆ 776.6 ล้านเหรียญ แต่หนังเรื่องนี้ได้รับเรทติ้งสูงถึง 9.2 เลยล่ะ

41

 

1973: “The Exorcist” ทำรายได้ราวๆ 1,200 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้ง 8.0

42

 

1974: “Blazing Saddles” ทำรายได้ 584 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.8

43

 

1975: “Jaws” ทำรายได้ทะลุเพดาน สูงถึง 2,009 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้ง 8.0

44

 

1976: “Rocky” ทำรายได้ 946 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้ง 8.1

45

 

1977: “Star Wars: Episode IV – A New Hope” ทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติกาล กว่า 3,006 ล้านเหรีญ และได้รับเรทติ้ง 8.7

46

 

1978: “Grease” ทำรายได้สุทธิ 1,450 ล้านเหรียญ เรทติ้งอยู่ที่ 7.2

47

 

1979: “Moonraker” ทำรายได้ 693 ล้านเหรียญ แต่ได้เรทติ้งเพียง 6.3 เท่านั้น

48

 

1980: “Star Wars: Episode V – The Empire Strikes Back” ทำรายได้สูงมากถึง 1,560 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้ง 8.8 เลยทีเดียว

49

 

1981: “Raiders of the Lost Ark” ทำรายได้ 1,030 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้งไป 8.5

50

 

1982: “E.T. – The Extra Terrestrial” ทำรายได้สูงมากเช่นกัน ราวๆ 1,970 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้งจากทาง IMDb ไป 7.9

51

 

1983: “Star Wars: Episode VI – Return of the Jedi” ทำรายได้ 1,140 ล้านเหรียญ กับเรทติ้งที่ 8.4

52

 

1984: “Indiana Jones and the Temple of Doom” ทำรายได้ไปทั้งหมด 767 ล้านเหรียญ และเรทติ้งที่ 7.6

53

 

1985: “Back to the Future” ทำรายได้ 847 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้งไป 8.5

54

 

1986: “Top Gun” ทำรายได้สุทธิที่ 779 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้งไปทั้งหมด 6.9

55

 

1987: “Fatal Attraction” ทำรายได้ 674 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้ง 6.9

56

 

1988: “Rain Man” ทำรายได้สุทธิราวๆ 718 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้งที่ 8.0

57

 

1989: “Indiana Jones and the Last Crusade” ซีรีย์ชุดนี้ก็ยังคงทำรายได้สูงเช่นกัน อยู่ที่ 915 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้ง 8.3

58

 

1990: “Ghost” 926 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.0

59

 

1991: “Terminator 2: Judgment Day” ทำรายได้ 913 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.5

60

 

1992: “Aladdin” ฟันรายได้ไปทั้งหมด 860 ล้านเหรียญ และเรทติ้งที่ 8.0

61

 

1993: “Jurassic Park” ทำรายได้สูงสุดกว่า 1,710 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้งไป 8.0

62

 

1994: “The Lion King” ทำรายได้ 1,590 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้ง 8.5

63

 

1995: “Die Hard: With A Vengeance” ฟันรายได้ไปกว่า 575 ล้านเหรียญ และเรทติ้งที่ 7.6

64

 

1996: “Independence Day” ทำรายได้ 1,250 เหรียญ เรทติ้ง 6.9

65

 

1997: “Titanic” ทำรายได้สูงมากเช่นกันกว่า 3,170 ล้านเหรียญ แต่ได้รับเรทติ้ง 7.7 เท่านั้น

66

 

1998: “Armageddon” ทำรายได้ 813 ล้านเหรียญ ทำเรทติ้งได้ 6.6

67

 

1999: “Star Wars: Episode I – The Phantom Menace” ทำรายได้ 1,410 ล้านเหรียญ ได้รับเรทติ้ง 6.5 เท่านั้น

68

 

2000: “Mission: Impossible II” ทำรายได้ไป 759 ล้านเหรียญ กับเรทติ้งที่ 6.1

69

 

2001: “Harry Potter and the Sorcerer’s Stone” ทำรายได้สูงราวๆ 1,320 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.5

70

 

2002: “The Lord of the Rings: The Two Towers” ทำรายได้ 1,230 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.7

71

 

2003: “The Lord of the Rings: The Return of the King” ทำรายได้ 1,460 ล้านเหรียญ เรทติ้งสูงกว่า 8.9

72

 

2004: “Shrek 2” ทำรายได้ 1,170 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 7.2

73

 

2005: “Harry Potter and the Goblet of Fire” ทำรายได้ 1,100 ล้านเหรียญ กับเรทติ้ง 7.6

74

 

2006: “Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest” ทำรายได้กว่า 1,270 ล้านเหรียญ และเรทติ้งที่ 7.3

75

 

2007: “Pirates of the Caribbean: At World’s End” ทำรายได้สูงถึง 1,110 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้ง 7.1

76

 

2008: “The Dark Knight” ทำรายได้ไปกว่า 1,120 ล้านเหรียญ และเรทติ้งที่สูงถึง 9.0!!!

77

 

2009: “Avatar” ฟันรายได้สูงถึง 3,100 ล้านเหรียญ เรทติ้งที่ 7.9

78

 

2010: “Toy Story 3” ภาคสุดท้ายของซีรีย์ ทำรายได้ไป 1,170 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.3

79

 

2011: “Harry Potter and the Deathly Hallows: Part 2” ภาคสุดท้ายของซีรีย์พ่อมดน้อย ทำรายได้ไป 1,430 ล้านเหรียญ เรทติ้งที่ 8.1

80

 

2012: “The Avengers” ฟันรายได้ไปสูงกว่า 1,580 ล้านเหรียญ เรทติ้ง 8.1

81

 

2013: “Frozen” ทำรายได้ไป 1,310 ล้านเหรียญ เรทติ้งอยู่ที่ 7.6

82

 

2014: “Transformers: Age of Extinction” ทำรายได้ไป 1,120 ล้านเหรียญ แต่ได้เรทติ้งเพียง 5.7 เท่านั้น

83

 

และล่าสุดปี 2015: “Star Wars: Episode VII – The Force Awakens” ทำรายได้สูงถึง 2,070 ล้านเหรียญ และได้รับเรทติ้งอยู่ที่ 8.3 ด้วยกัน

84

 

และนี่ก็คือทั้ง 84 หนังทำเงินสูงสุดในรอบกว่าศตวรรษที่ผ่านมานี้นะจ๊ะ แน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องในดวงใจของเพื่อนๆ อยู่สักเรื่องสองเรื่องในลิสต์นี้บ้างล่ะ อิอิ

emo (114)

 

ที่มา: BusinessInsider

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์