มีปากเสียงอย่างไรให้ “จบสวย” กับคำแนะนำ 10 ประการสำหรับรับมือกับ “การทะเลาะ”

การทะเลาะ หรือการมีปากเสียงกัน ย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก เพื่อน หรือแม้แต่คนครอบครัว แต่แน่นอนว่าไม่มีใครอยากทะเลาะกันนานๆ หรอก ดังนั้นเมื่อมีปากเสียงเกิดขึ้นเราก็ควรจะจัดการให้มันจบอย่างสวยงามที่สุด

แต่เราจะจบมันอย่างไรให้ออกมาดีที่สุดล่ะ? เราจะรับมือกับอารมณ์โกรธเกรี้ยวที่เกิดขึ้นได้อย่างไร?

การศึกษาทางจิตวิทยามีคำตอบ นักจิตวิทยาจึงแนะนำ 10 พฤติกรรมที่ควรทำ เมื่อต้องรับมือกับการทะเลาะ มีปากเสียง หรือความโกรธ บางข้ออาจดูไม่สมเหตุสมผล แต่เชื่อเถอะว่ามันมีประสิทธิภาพ

 

1. ต้องใจเย็นและคิดให้รอบคอบ

 

จำไว้เลยว่า เมื่อคนใดคนหนึ่งโกรธ นั่นไม่ใช่ความผิดของเขา แต่มันคือความผิดของ สภาวะอารมณ์ ต่างหาก พยายาม ใช้ความใจดีและใจเย็นเข้าสู้ แสดงออกให้เขาเห็นว่าเราอยากช่วยให้เขาผ่านพ้นอารมณ์แย่ๆ นี้ไปได้

แต่!! ห้ามพูดว่า “ฉันอยากช่วยเธอนะ” เป็นอันขาด เพราะมันฟังดูเหมือนคุณอยู่เหนือกว่าเขา ทางที่ดีคือควรลดความสำคัญของตัวคุณเองลง และพยายามทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น

 

2. ควบคุมอารมณ์ของตัวคุณเอง

 

อารมณ์ทางลบจะทำอะไรคุณไม่ได้ เว้นแต่คุณจะปล่อยให้ ความโกรธเข้าครอบงำ เวลาเจอคนโกรธหรือโมโห พยายามอย่าคล้อยตาม อย่าโกรธหรือโมโหไปด้วย ทำใจให้เย็นเข้าไว้

 

3. ทำความเข้าใจปัญหา

 

บ่อยครั้งที่คนเราโกรธโดยที่ ไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุ จริงๆ กันแน่ เรามักจะพูดจ้อไปเรื่อย ทำให้ยิ่งสับสบและอาจหลงประเด็นได้ เมื่อเราต้องเจอกับคนแบบนี้ วิธีรับมือก็คือการที่ พยายามแก้ไขปัญหาให้เป็นเหตุเป็นผลมากที่สุด

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือการตั้งคำถามและทวนคำตอบที่เขาได้ตอบมา แต่ควรทวนเฉพาะคำตอบสำคัญๆ เท่านั้นนะ วิธีนี้จะทำให้เขาเหมือนได้ทบทวนตัวเองอีกครั้ง

 

4. อย่าพยายามหาข้ออ้าง

 

ไม่ว่าเหตุผลที่คุณทำให้เขาโกรธคืออะไร ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ มันไม่สำคัญเลย หากพวกเขายังอยู่ในอารมณ์โกรธอยู่ คุณจะหาเหตุผลหรือข้อเท็จจริงมาอ้างเท่าไหร่ก็คงไม่ช่วยให้เขาอารมณ์ดีขึ้น ทางที่ดีคือ พยายามเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเสียก่อน แล้วค่อยอธิบายเหตุผลทีหลังหรืออาจจะไม่ต้องอธิบายเลยก็ได้

 

5. มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน

 

แน่นอนว่าเมื่อคุณกับอีกฝ่ายมีปากเสียงกัน แสดงว่าคุณกับเขาต้องมีปัญหาใดปัญหาหนึ่งร่วมกันแน่นอน ให้ลอง ค้นหาสาเหตุ ของการทะเลาะครั้งนี้ให้ออกมาเป็นกลางและชัดเจนที่สุด

วิธีนี้จะทำให้มุ่งไปที่สาเหตุหลักเท่านั้น และจะทำให้คุณกับเขาได้ย้อนทำความเข้าใจตนเองอีกด้วย จากนั้น จัดการปัญหาไปทีละประเด็น ลองคิดกันดูว่า เกิดอะไรขึ้น? แล้วมันแย่อย่างไร? แล้วมันต่างจากที่คิดไว้ตรงไหน? และต่อไปจะแก้ไขหรือป้องกันอย่างไร? เป็นต้น

 

6. อย่ากลัวที่จะเป็นฝ่ายผิด

 

การที่คุณไม่รู้สึกโกรธหรืออะไรก็ตาม มันไม่ได้แปลว่าคุณคือฝ่ายถูกเสมอไป หลายครั้งคนที่คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก ผลสุดท้ายเขาก็กลายเป็นคนที่ผิดจริง ฉะนั้น จงเตรียมใจเอาไว้ ความมั่นใจว่าตัวคุณถูกอาจกลายเป็นคำขอโทษในช่วงสิ้นสุดการทะเลาะก็เป็นได้

พยายามอย่ามั่นใจจนเกินไปว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก เพราะมันจะทำให้คุณไม่เข้าใจปัญหา การกระทำ (ที่คิดว่าถูก) ของคุณอาจทำร้ายใครเข้าก็ได้ ฉะนั้น ใจเย็นๆ ทำความเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ ก่อนจะคิดว่าตัวเองถูกหรือผิด

 

7. อย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้สึก

 

อย่าแสร้งทำเป็นเหมือนว่าไม่สนใจ ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย จริงอยู่ที่ว่ามันเป็นเรื่องดีหากคุณสามารถทำใจให้เย็นและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้

แต่มันจะแตกต่างกันลิบลับเลยหากว่า จริงๆ แล้ว ในใจคุณเจ็บหรือว่ารู้สึกโกรธ การแสร้งทำเป็นไม่สนใจ มันก็คือการยั่วโมโหอีกฝ่ายเท่านั้น เพราะมันดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย

 

8. กล้าที่จะถามว่ามีอะไรที่คุณพอจะทำได้เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้างไหม

 

การถามออกไปว่า “มีอะไรที่ฉันพอทำได้บ้างไหม?” นั้นเป็นคำถามที่ช่วยให้ ใจเย็นได้มากขึ้น เพราะมันเป็นการแสดงความเชื่อใจ ความจริงใจ และความต้องการที่จะแก้ปัญหาโดยแท้จริง แถมยังช่วยให้เข้าใจปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพอีกด้วย

 

9. อย่าทำตัวเองให้เหนืออีกฝ่าย

 

อารมณ์โกรธ เป็นอารมณ์ที่ทำให้จิตใจหมดแรงและถูกทำลาย การที่อีกฝ่ายโกรธ ไม่ได้แปลว่าเขาเป็นคนที่แย่กว่าคุณ แต่มันหมายถึงว่า ความรู้สึกของเขามันแย่กว่าความรู้สึกของคุณต่างหาก

ฉะนั้น สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ พยายามช่วยให้เขาเอาชนะความรู้สึกแย่ๆ นั้นได้ และพยายามอย่าทำเป็นว่าคุณดีกว่าหรือเหนือกว่าเขา เพราะการกระทำแบบนี้มันยิ่งไปทำร้ายความรู้สึกเขามากขึ้น

 

10. หากอีกฝ่ายยังไม่พร้อมที่จะคุย อย่าพยายามเร่งเร้าหรือบีบบังคับ

 

หากคุณพบว่าอีกฝ่ายกำลังโมโหมากและไม่สามารถรับฟังคุณได้อย่างสมเหตุสมผล คุณควร ถอยออกมาก่อน รอให้เขาใจเย็นลง หรือหากว่าคุณยังไม่พร้อมยอมรับความผิดพลาดที่คุณทำลงไปก็ใช้วิธีถอยออกมาก่อนเช่นกัน รอให้แต่ละฝ่ายพร้อมค่อยมาคุยกัน

จำไว้ว่าไม่ควรรีบคุยทั้งที่ไม่พร้อม หรือพยายามเร่งเร้าและบีบบังคับให้คุย เพราะนั่นจะทำให้เรื่องยิ่งแย่

 

การรับมือที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดไม่ควรใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง พยายามปรับใช้หลายๆ วิธิประกอบกัน รับรองว่า ทะเลาะแค่ไหนก็แก้ง่ายสบายมาก

ที่มา: Brightside

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....