เสี่ยงสุดๆ!! พ่อหนุ่ม ‘Spider-Man’ กับพลังของเขาที่อาจอันตรายถึงตายได้เลยทีเดียว

ใกล้เข้ามาแล้วกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ Avengers: Infinity War ที่ทุกคนกำลังรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อว่าเนื้อเรื่องของมันจะออกมาในลักษณะอย่างไร และที่สำคัญที่สุดจากการสัมภาษณ์ผู้กำกับที่ได้เอ่ยปากออกมาว่าจะต้องมีคนตายแน่ๆ แต่ก็ไม่ได้เฉลยว่าเป็นใคร ปล่อยให้คนดูลุ้นกันไปเอง

แต่ #เหมียวฝึกหัด ก็คงไม่รอให้ถึงวันฉายเพราะว่ารู้สึกใจร้อนมากๆ จึงได้ลองทำการหาข้อมูลจนพบกับความจริงอันน่าสะพรึงของฮีโร่คนหนึ่ง ที่เราสามารถขีดกากบาทแดงๆ บนหัวได้เลยว่าเขาคนนี้ต้องตายแน่นอน แต่ขอบอกไว้นิดนึงว่าการตายของเขาคนนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่อง Avengers: Infinity War แน่นอน เพราะฉะนั้นหายห่วงเรื่องสปอยล์ได้เลย

 

 

เพราะว่าการตายของเขาแทบไม่เกี่ยวอะไรกับ Thanos หรือโดนตัวร้ายตัวไหนฆ่าตายเลย แต่มาจากตัวเขาเองต่างหาก ซึ่งฮีโร่คนนั้นก็คือ Spider-Man พ่อวีรบุรุษมนุษย์แมงมุมนั่นเองที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ถึง 3 เวอร์ชันด้วยกัน

ต้นกำเนิดของสไปเดอร์แมนนั้นมาจากการที่ Peter Parker ถูกแมงมุมอาบรังสีกัด ทำให้ DNA ในร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงและทำให้มีความสามารถคล้ายกับแมงมุม เช่นการปีนป่ายกำแพง ประสาทสัมผัสที่ไวเป็นเลิศและสามารถพ่นใยแมงมุมได้ (แต่ในคอมมิคส่วนใหญ่และในภาพยนตร์เวอร์ชันปัจจุบันจะใช้เป็นเครื่องพ่นใยที่เขาคิดค้นขึ้นมาเอง)

 

 

แต่ครั้งนี้เราจะไม่พูดถึงความสามารถในการพ่นใยโดยไม่พึ่งพาเครื่องมือของสไปเดอร์แมนในคอมมิคและในภาพยนตร์เวอร์ชันที่ Tobey Maguire แสดงเนื่องจากมันค่อนข้างซับซ้อนและค่อนข้าง.. อี๋ย์ เนื่องจากท่อที่แมงมุมตัวผู้ใช้พ่นใยนั้นเป็นท่อที่ใช้รวมกับท่อสืบพันธุ์ ดังนั้นการที่สไปเดอร์แมนพ่นใยสีขาวขุ่นเหนียวๆ … (ไม่พูดต่อดีกว่า)

 

 

ถึงแม้ว่า DNA ของ Peter จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างจากการถูกแมงมุมกัด แต่เขาก็ยังคงเป็นมนุษย์เหมือนเดิมอยู่ดี แม้ว่าแมงมุมตัวนั้นจะอาบรังสีมามากเท่าใดก็ตามก็คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบต่างๆ ในร่างกายของเขาได้ ทั้งระบบหมุนเวียนเลือดหรือระบบโครงกระดูกภายใน

ถึงแม้จะฟังดูไม่ค่อยสำคัญนัก แต่นั่นถือว่ามีส่วนส่งผลกระทบต่อร่างกายมากๆ เมื่อทำกิจกรรมต่างๆ ที่แมงมุมทำกัน เช่นการโหนใยแมงมุม ซึ่งอาจจะส่งผลถึงขั้นจะเป็นจะตายเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับ Peter แล้วเขาค่อนข้างเสี่ยงไปทางด้านเสียชีวิตมากเลยทีเดียว

 

 

โดยปกติแล้วในตัวแมงมุมนั้นจะมีระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด ร่างกายของมันนั้นไม่มีเลือดแต่จะมีของเหลวที่เรียกว่า Hemolymph ที่สูบฉีดด้วยหัวใจขนาดใหญ่บริเวณก้นของมันไปยังปอดและอวัยวะสำคัญต่างๆ ในร่างกายอย่างอิสระ

 

 

แต่ในร่างกายมนุษย์นั้นมีระบบหมุนเวียนเลือดแบบปิด ที่เลือดในอยู่ในร่างกายสูบฉีดไปยังอวัยวะต่างๆ อย่างเป็นระบบซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งมันเป็นระบบที่ทำงานได้ดี จนกระทั่งเมื่อร่างกายต้องรับมือกับแรง G

เมื่อร่างกายเกิดการเหวี่ยงด้วยแรง G ที่สูงจะทำให้เลือดนั้นถูกเหวี่ยงไปด้วย ส่งผลทำให้เลือดไม่สามารถสูบฉีดไปยังอวัยวะที่สำคัญได้เช่นสมอง ซึ่งถ้าขาดออกซิเจนนานเกิน 1-2 วินาทีก็สามารถทำให้หมดสติได้เลย

 

 

ลองนึกภาพหากเหวี่ยงถังใส่น้ำเป็นวงกลม น้ำในถังก็ยังจะคงอยู่ในถังตลอดเวลาเนื่องจากมีแรงเข้าสู่ศูนย์กลาง หากวัตถุเคลื่อนที่เป็นวงกลม แต่แทนที่ถังใส่น้ำด้วยร่างกายของ Peter และน้ำในถังด้วยเลือดของเขา

ในการที่เขาโหนใยแมงมุมไปตามตึกต่างๆ เขาต้องรับมือกับแรงขนาดประมาณ 3G เพราะว่าเขาอยู่ส่วนล่างสุดของการเหวี่ยง ส่งผลทำให้เลือดในร่างกายของเขานั้นถูกเหวี่ยงลงไปที่บริเวณเท้าอีกด้วย ในร่างกายของแมงมุมนั้นจะไม่มีปัญหาเนื่องจากมีระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปิด แต่สำหรับร่างกายมนุษย์แล้วก็คงทำให้หมดสติกลางอากาศและร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างไม่เป็นท่า

 

 

แต่อาการหมดสตินั้นไม่ใช่ปัญหาหลักของพ่อหนุ่มสไปเดอร์แมน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่อวัยวะภายในของเขาฉีกขนาดทุกครั้งที่โหนใยแมงมุมไปมาและการลงสู่พื้นหรือลงจอดบนกำแพงตึกนั่นเอง ซึ่งท่าลงจอดนั้นถือว่าเป็นลักษณะประจำตัวของสไปเดอร์แมนเลยก็ว่าได้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่อันตรายถึงตายด้วยเช่นกัน

ยกตัวอย่างเช่นฉากหนึ่งของภาพยนตร์ Spider-Man ในปี 2002 ที่ Tobey Maguire แสดง ที่เขาเพิ่งค้นพบว่าตัวเองสามารถยิงใยแมงมุมได้และทดลองโหนใยแมงมุมไปชนป้ายขนาดใหญ่ อาจจะดูเป็นฉากที่ตลก แต่ในความจริงแล้วไม่มีอะไรตลกเลยสักนิด

 

 

จากการคำนวณระยะทางโดยใช้เครื่องมือวัดระยะด้วยพิกเซลพบว่า Peter โหนใยแมงมุมด้วยความเร็วประมาณ 17 เมตรต่อวินาที หรือ 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเขากระแทกกำแพงด้วยแรงประมาณ 75,000 นิวตันเลยทีเดียว นั่นหมายความว่าเขาต้องรับมือกับการลดความเร็วอย่างกะทันหันด้วยแรงกว่า 100 G

ซึ่ง Peter นั้นไม่ได้เป็นแมงมุม แต่เขาเป็นมนุษย์แมงมุม ถึงแม้ว่าเขาจะมีพละกำลังและประสาทสัมผัสที่ดีเยี่ยม แต่เขาก็ยังคงเป็นมนุษย์อยู่ดี มนุษย์ที่อวัยวะภายในทั้งหมดของเขาต้องกระแทกกับกระดูกซี่โครง เนื่องจากไม่มีกระดูกภายนอกเหมือนกับแมงมุม

การที่เขากระแทกกำแพงด้วยความเร็ว 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากร่างกายภายนอกจะต้องเกิดอาการบาดเจ็บแล้ว กระดูกซี่โครงที่ทำหน้าที่ปกป้องอวัยวะภายในจะแทบไม่ต่างอะไรกับที่กั้นถนนที่ถูกรถชนเลยทีเดียว

 

 

และนอกจากนั้นความเสียหายจากการตกจากที่สูงก็เป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับ Peter เช่นกัน เมื่อพิจารณาร่างกายของแมงมุมแล้วก็พบว่าแมงมุมนั้นมีขาที่ยาว ซึ่งขาของมันทำงานเหมือนกับปีกที่กางออกกว้าง ทำให้มันร่วงช้าลงรวมกับมวลรวมที่มีน้ำหนักที่เบามาก จึงแทบไม่เป็นอะไรเลยทีเดียว

แต่สำหรับร่างกายมนุษย์ที่ไม่ได้มีการสร้างมาเพื่อตกจากที่สูง เมื่อเปรียบเทียบร่างกายของแมงมุมที่มีลักษณะกว้างและร่างกายของสไปเดอร์แมนที่มีลักษณะยาว ทำให้ร่างกายของสไปเดอร์แมนตัดผ่านอากาศโดยแทบไม่มีแรงต้าน ทำให้การกระโดดลงพื้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

 

ร่างกายของมนุษย์แมงมุมที่มีลักษณะยาวตรงก็คงเทียบอะไรไม่ได้กับร่างกายของแมงมุมจริงๆ ที่มีการวิวัฒนาการปรับตัวมาเป็นเวลากว่าล้านๆ ปีเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่มันต้องเจอในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการตกจากที่สูงหรือการเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วอย่างอิสระ

 

แต่ทั้งหมดก็เป็นแค่การวิเคราะห์โดยใช้หลักวิทยาศาสตร์เท่านั้น ใครจะไปรู้ว่าพ่อยอดมนุษย์แมงมุมจะซ่อนความลับอะไรไว้อีกบ้าง บางทีเขาอาจไม่เป็นอะไรเลยก็ได้

ที่มา Thefilmtheorists

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....