สาระมาแล้ว!!! 10 เกร็ดความรู้สุดน่าทึ่งเกี่ยวกับผิวหนัง ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ผิวหนังนั้นเป็นอวัยวะที่สำคัญที่ไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ปกคลุมร่างกายเพียงเท่านั้น ถ้าเราไม่มีผิวหนัง เราก็คงไม่สามารถทำสิ่งที่เคยทำในชีวิตประจำวันได้ เช่นการหายใจ การขยับร่างกาย และการทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน

แต่ก็มีสิ่งต่างๆ มากมายสุดน่าทึ่งเกี่ยวกับผิวหนังของมนุษย์ที่เราอาจไม่เคยได้เรียนมาก่อนในคลาสเรียนวิชาชีววิทยา ลองไปอ่านกันได้เลย

 

1 . ผิวหนังมีสามชั้น

ผิวหนังนั้นประกอบไปด้วย 3 ชั้นด้วยกัน ชั้นนอกสุดเป็นชั้นที่กันน้ำ เรียกว่า Epidermis ชั้นกลางเป็นชั้นที่มีเนื้อเยื่อแข็งแรงเกาะกลุ่มรวมกัน มีรากเส้นขนและต่อมต่างๆ เรียกว่าชั้น Dermis และชั้นในสุดเป็นชั้นที่มีไขมันและเป็นชั้นที่เกาะกับกล้ามเนื้อ เรียกว่าชั้น Hypodermis

 

2. สีของผิวนั้นขึ้นอยู่กับเซลล์ในชั้น Epidermis

เซลล์เหล่านั้นมีชื่อเรียกว่า Melanocytes ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดสี Melanin ยิ่งมีจำนวนมากเท่าไร สีของผิวก็จะเข้มขึ้นมากเท่านั้น และการที่มีเซลล์เม็ดสีมากเกินไปหรือน้อยเกินไปอาจส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพผิวหนังได้

 

3. ผิวหนังทั้งหมดอาจมีน้ำหนักมากกว่า 10 กิโลกรัม

ผิวหนังของเรานั้นมีน้ำหนักประมาณ 15% จากน้ำหนักตัวทั้งหมด ทำให้เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย อ้างอิงจากศูนย์ควบคุมโรค น้ำหนักทั้งหมดของผิวหนังของผู้หญิงชาวอเมริกันนั้นเฉลี่ยได้ประมาณ 11 กิโลกรัม และของผู้ชายมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 30 กิโลกรัม

 

4. ผิวหนังของคุณจะสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ทุกๆ 28-30 วัน

เซลล์ผิวหนังที่สร้างขึ้นมาใหม่นั้นจะเริ่มสร้างขึ้นที่ชั้นในสุดของผิวหนัง และมันจะใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ในการโผล่ขึ้นมายังชั้นนอกสุด ซึ่งความอ่อนแข็งของเซลล์ผิวหนังใหม่นั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่นอายุ เพศ นิสัยส่วนตัว (เช่น ชอบสูบบุหรี่) และอื่นๆ เช่นผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าที่มีความหนากว่าผิวหนังเปลือกตาประมาณ 7 เท่า

 

5. รอยสักนั้นจะติดอยู่ที่ผิวหนังอย่างถาวร ต้องขอบคุณเซลล์ Macrophages

ถ้าผิวหนังของเรามีการสร้างใหม่ทุกๆ เดือน แล้วรอยสักนั้นทำไมยังอยู่ล่ะ? นั่นก็เป็นเพราะกลไกระบบภูมิคุ้มกันของเรา เข็มสักนั้นเมื่อแทงเข้าไปในผิวหนังแล้วจะทำให้ผิวหนังชั้นกลางเกิดการอักเสบ หลังจากนั้นร่างกายจะส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ชื่อว่า Macrophages มากินสีที่สักเข้ามา และจะส่งต่อไปยังเซลล์ตัวใหม่เมื่อมันตาย ส่วนสีที่เหลือก็จะเคลือบที่เซลล์ Fibroblasts ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีแข็งแรงและมีอายุยืนยาว การจะลบรอยสักจึงต้องใช้เลเซอร์ช่วย

 

6. ผิวหนังของเรานั้นเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตนับล้าน

ผิวหนังของเรานั้นเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียนับพันชนิด ระบบนิเวศเล็กๆ นี้เป็นแบคทีเรียที่เป็นมิตรต่อร่างกาย และมีผลประโยชน์มากมายต่อร่างกายของเรา รวมไปถึงการรักษาแผลที่ผิวหนัง ลดอัตราการบวมอักเสบ และเป็นภูมิคุ้มกันเสริมต่อต้านการติดเชื้ออีกด้วย

 

7. การโรยเกลือ (และอาหารอื่นๆ) ที่แผลนั้นมีมาตั้งแต่สมัยอียิปต์

บาดแผลที่ลึกถึงบริเวณชั้น Dermis นั้นจะทำให้เนื้อเยื่อชั้นในสามารถติดเชื้อโรคได้ง่ายขึ้น ในการป้องกันการติดเชื้อโรคเข้าสู่เนื้อเยื่อด้านใน เข้าไปยังผิวหนังด้านใน ไขมันและกล้ามเนื้อ ชาวอียิปต์โบราณจึงได้ทำการรักษาด้วยการโรยเกลือเข้าไปไหนแผล นอกจากนั้นยังมีการใช้เนื้อสด แป้งขนมปังและหอมใหญ่อีกด้วย

ซึ่งจากการศึกษาพบว่าเกลือและหัวหอมนั้นจะทำให้เลือดหยุดไหล และแป้งขนมปังนั้นมีคุณสมบัติในการต่อต้านแบคทีเรีย ทำให้แผลสมานไวขึ้น

 

8. โรคผิวหนังนั้นอาจทำให้เสี่ยงเป็นโรคอื่นมากขึ้น

โรคผิวหนังอย่างโรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคที่เซลล์ผิวหนังที่ติดเชื้อนั้นแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังภายนอกเกิดอาการบวมอักเสบและเป็นผื่นแดง และยังส่งผลถึงเนื้อเยื่อต่างๆ และอวัยวะภายในอีกด้วย นอกจากนั้นยังทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและเบาหวานเช่นกัน

 

9. ขาของคุณอาจเป็นส่วนที่แห้งที่สุดในร่างกาย

หากคุณอาศัยอยู่ในแถบเขตร้อน คุณจะสังเกตว่าผิวหนังบริเวณขาของคุณนั้นเริ่มแห้งเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว นั่นหมายความว่าขาของคุณมีต่อมน้ำมันน้อยกว่าร่างกายส่วนอื่นๆ ต่อมน้ำมันเหล่านี้จะอยู่ในผิวหนังชั้น Dermis ทำหน้าที่หลั่งน้ำมันที่มีชื่อว่า Sebum มาหล่อลื่นและทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น

Woman rubbing legs, low section

 

10. นักวิจัยใช้แบคทีเรีย (ชนิดที่ดี) ในการรักษาสิว

เมื่อรูขุมขนนั้นอุดตันไปด้วย Sebum และแบคทีเรียต่างๆ ทำให้เกิดสิวที่ผิวหนัง นักวิจัยจึงได้ทำการทดลองนำแบคทีเรียที่ดีที่มีชื่อว่า Probiotics มาต่อต้านแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว โดยการหมักสารต่างๆ บนผิวเช่น แอมโมเนีย ไนไตรต์ให้กลายเป็นสารเคมีชนิดอื่นที่ดีต่อสเต็มเซลล์แทน

 

ที่มา Mentalfloss

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....