5 เรื่องเล่าที่แม้จะไม่ซึ้งจนน้ำตาไหล แต่ “พ่อ” นี่แหละ คือฮีโร่ที่อยู่ข้างๆ เราเสมอ

เราทุกคนมักได้ยินเรื่องดีๆ มากมายเกี่ยวกับผู้เป็นแม่ แต่พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณพ่อแล้ว เรื่องส่วนใหญ่ที่เราได้ยินก็มักจะออกไปทางตลกขำขันเสียมากกว่าใช่ไหมล่ะ แน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีอะไร แต่บางครั้งพวกเราก็อยากจะได้ยินเรื่องซึ้งๆ จากฝั่งพ่อกันบ้าง

เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะทำให้เราได้รู้ว่า แม้อาจจะไม่ซึ้งจนน้ำตาไหล แม้จะมีบ้างที่เป็นเรื่องธรรมดาๆ แต่พ่อของเรานี่ล่ะ คือฮีโร่ที่อยู่ข้างๆ เราเสมอมา

 

1. พ่อผู้ไม่อยากให้ลูกเป็นเด็กเกเร

ตอนนั้นฉันกำลังจะกลับไปทำงานหลังจากที่ไปทานอาหารกลางวัน อากาศมันดีมากเลย ฉันก็เลยเริ่มเดินไปฮัมเพลงที่ฟังไป ในตอนนั้นเองก็มีคนอุ้มฉันจนตัวลอยแล้วตะโกนว่า “ลูกมาทำอะไรที่นี่!!” ด้วยความตกใจฉันเลยหันไปมองเขาขณะที่กำลังโดนอุ้มเหมือนกับลูกแมวตัวเล็กๆ

เขามีสีหน้าตกใจมากๆ และค่อยๆ ปล่อยฉันลงบนพื้น เขาเริ่มพร่ำขอโทษฉัน ประมาณว่า “ขอโทษครับ ต้องขอโทษจริงๆ ผมนึกว่าคุณเป็นลูกสาวของผม ตอนนี้เธอคงทำข้อสอบคณิตศาสตร์อยู่ที่โรงเรียน”

อย่างนี้นี่เอง เขาก็แค่คนเป็นพ่อคนหนึ่งที่โมโหเพราะคิดว่าลูกโดดเรียนในวันที่มีสอบนั่นเอง

 

2. พ่อผู้อยากให้ลูกได้พบกับคนดีๆ

ตอนนั้นฉันนั่งอยู่บนรถบัสกับคุณพ่อ (พ่อนั่งข้างหลังฉัน) มีชายร่างผอมบางคนหนึ่งเดินเข้ามาถามฉันว่า “แม่ของคุณอยากได้ลูกเขยไหม?” ฉันรู้ทันทีว่าเขามาจีบ ฉันก็เลยตอบกลับไปว่า “ไม่รู้สินะว่าแม่อยากได้ไหม แต่เดี๋ยวถามคุณพ่อให้” ก่อนที่หนุ่มคนนั้นจะตอบอะไรกลับมา ฉันก็หันไปถามคุณพ่อว่า “พ่ออยากได้ลูกเขยไหม”

ในตอนนั้นเองคุณพ่อก็พูดขึ้นว่า “เฮ้ คุณลูกเขย นายวิดพื้นได้กี่ครั้ง” หนุ่มคนนั้นถ้าทางจะเหวอไปน่าดู แต่สุดท้ายเขาก็ตอบกลับไปว่า “หกครั้งครับ” พอเห็นอย่างนั้นพ่อเลยถามต่อ “แล้วซิทอัพล่ะ” เด็กหนุ่มตอบว่า “ประมาณ 20 ครั้งครับ”

ว่าแล้วคุณพ่อก็ยิ่งคำถามต่อทันทีว่า “นายจะเอาอะไรมาแลกกับลูกสาวของฉันล่ะ” ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มคนนั้นไม่ยอมถอย และหยิบขนม Snickers ให้พ่อ แถมพ่อยังเปิดซองกินเฉยเลย “ได้ ลูกสาวฉันเป็นของนาย ตอนนี้นายอาจจะยังเป็นแค่ไอ้แห้ง แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลนายเอง” พ่อบอกกับเขาแบบนั้น

แล้วพ่อก็ทำตามที่พูดจริงๆเสียด้วย พวกเขาเริ่มต้นด้วยการไปวิ่งตอนเช้าด้วยกัน และฝึกด้วยกันไปเรื่อยๆ จนเมื่อครึ่งปีก่อน ฉันก็ได้แต่งานกับหนุ่มคนนั้น แต่ไม่ใช่ในสภาพไอ้แห้งไร้แรงอีกแล้ว แต่เป็นหนุ่มหล่อกล้ามเป็นมัดๆ ต่างหาก

 

3. พ่อผู้ไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไร

พ่อของฉันเป็นพวกพังก์สุดๆ เขาใส่แจ็คเก็ทหนังทุกๆ วันไม่ว่าจะร้อนจะหนาว พ่อทำผมโมฮอกหลากสี เจาะหู แถมยังสักทั้งตัว ไม่ว่าใครเห็นเขาก็ต้องสงสัยว่าคนแบบนี้จะเลี้ยงลูกได้เหรอ

แต่ฉันจะบอกอะไรให้นะว่า “ไอ้บ้าชาวพังก์” คนนี้พาฉันไปทั้งพิพิธภัณฑ์ และโรงละครโดยที่ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะมองอย่างไร เขาหาอาจารย์พิเศษให้ฉัน แถมเรายังเรียนภาษาฝรั่งเศสจากเพลงของ Edith Piaf ด้วยกัน เขานั่งฟังเพลงห่วยๆ ตอนที่ฉันหัดเล่นไวโอลิน และสอนฉันเล่นกีต้าร์

พ่อช่วยฉันเลือกส้นสูงคู่แรก สอนการป้องกันตัวพื้นฐาน และไปคอนเสิร์ตกับฉันทั้งที่เป็นเพลงร็อกและเพลงคลาสสิค ตอนนี้ฉันกำลังท้องและพ่อกำลังเรียนถักไหมพรม เพื่อที่เขาจะสามารถทำรองเท้าและผ้าพันคอให้หลานสาวที่กำลังจะเกิด

ฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งเลยว่า ลูกสาวของฉันจะต้องมีคุณตาที่ดีที่สุดในโลกแน่ๆ

 

4. พ่อผู้อยากให้ลูกมีความสุข

เวลาที่คนท้องก็มักจะมีอยู่ช่วงหนึ่งที่อารมณ์จะแปรปรวนง่าย ในกรณีของฉันฉันอยากได้ยูนิคอร์นมาก มากเสียจนฉันร้องไห้จะเอาๆ เหมือนเด็กๆ พอคุณพ่อเห็นแบบนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินออกจากบ้านไป

เกือบๆ สามชั่วโมงต่อมาคุณพ่อก็กลับมาพร้อมๆ กับยูนิคอร์นที่สูงเป็นเมตร ตัวของมันเป็นสีขาวราวกับหิมะ ตาสีม่วงเหมือนดอกลาเวนเดอร์ และมีขนกับหางสีชมพู ฉันซึ้งมากจนเผลอร้องไห้อีกครั้ง จนทำให้คุณพ่อยืนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขาลูบหัวของฉันและชงชาเปปเปอร์มินท์มาให้

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพันเอกอย่างคุณพ่อ จะลากยูนิคอร์นตัวนี้ผ่านสายตาคนทั้งเมืองเพียงเพื่อที่จะทำให้เด็กสาวที่กำลังท้องคนหนึ่งมีความสุข ในระหว่างที่สามีต้องไปทำงานที่อื่น คงไม่มีใครจะรักฉันไปมากกว่าคนๆ นี้อีกแล้ว

 

5. พ่อผู้คอยปกป้องลูกเสมอๆ

เมื่อฉันอายุได้ 18 ปี ฉันก็ได้รู้ว่าพ่อที่เลี้ยงฉันมานั้นไม่ใช่พ่อแท้ๆ ของฉัน พ่อจริงๆ ทิ้งแม่ไปตอนที่เธอท้อง ฉันตกใจมากเสียจนฉันร้องไห้ทั้งคืน “เราไม่ใช่ครอบครัวเดียวกันงั้นเหรอ ทำไมเรื่องนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับฉันด้วย” ตอนนั้นในหัวของฉันมีแต่ความคิดนี้

แต่ในตอนนั้นเองฉันก็เริ่มที่จะนึกถึงตอนที่พ่อนั่งอยู่กับฉันจนดึกเพื่อช่วยฉันทำโปรเจ็กต์ในตอนที่แม่ไม่ว่าง ฉันจำได้ถึงตอนที่พ่อใช้มือเปล่าจับแท่งเหล็กร้อนๆ เพื่อปกป้องฉัน รอยไหม้ในตอนยังคงไม่จางหาย แต่สุดท้ายตัวฉันก็ปลอดภัยดี ฉันนึกขึ้นได้ว่าพ่อไม่เคยลืมวันเกิดของฉันและหาดอกไม้สวยๆ มาให้ทุกปี

พอนึกได้อย่างนั้น เช้าวันถัดมาฉันก็เดินลงจากห้องนอนมายังห้องครัวที่พ่อกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ ฉันมองที่รอยแผลไฟไหม้ของพ่อ ฉันกอดเขาและบอกว่า ฉันไม่เคยมีคุณพ่อคนอื่นที่ไม่ใช่เขา เรื่องที่เราไม่ใช่พ่อลูกแท้ๆ เจ็บปวดมากก็จริง แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้ตัวว่า พ่อแม่รักฉันแค่ไหน และฉันก็รักพวกเขามากเช่นกัน

 

ที่มา brightside

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....