อดีตอันขมขื่นของสาวที่เติบโตมาในลัทธิ Children of God กับความเชื่อที่ว่าเซ็กส์คือหนทางสู่พระเจ้า

มนุษย์เป็นคนสร้างระบบความเชื่อขึ้นมา แต่สุดท้ายแล้วความเชื่อกลับกลายเป็นสิ่งกำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ โดยเฉพาะสังคมในอดีต ผู้คนจะปฏิบัติตามสิ่งที่ตนเชื่อหรือนับถืออย่างเคร่งครัดและปฏิเสธไม่ได้

ด้วยความเชื่อนี้เองทำให้หญิงสาวคนหนึ่งต้องมีชีวิตในวัยเด็กที่แสนขมขื่น เพราะเธอเติบโตมากับความเชื่อที่ว่าเซ็กส์คือหนทางสู่พระเจ้า

Dawn Watson วัย 29 ปี เกิดในครอบครัวที่นับถือลัทธิ Children Of God และได้รับการเลี้ยงดูตามหลักความเชื่่อมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ก่อนจะตัดสินใจหนีออกจากบ้านในวัย 13 ปี

 

 

ลัทธินี้เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1968 ในชื่อ Teens For Christ by David Berg ก่อนจะเปลี่ยนเป็น The Children Of God ในเวลาต่อมา

มีผู้นับถือลัทธิดังกล่าวหลายพันคนทั่วโลกที่กลายเป็นคนมีชื่อเสียงในเรื่องอื้อฉาว เพราะความเชื่อหลักของพวกเขาคือการใช้เซ็กส์ในการแสดงออกถึงความรักและความเมตตาของพระเจ้า

สำหรับ Dawn เธอเติบโตมาในบราซิล ซึ่งเป็น 1 ใน 30 ประเทศที่นับถือลัทธิ The Children Of God ซึ่งการทารุณกรรมทางเพศเกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน

 

 

หญิงสาวเล่าว่า “ในขณะที่คุณเรียนรู้ที่จะแปรงฟันเองเหมือนเด็กทั่วไป แต่เราได้เรียนรู้ที่จะมีเซ็กส์ นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น'”

“เราได้เรียนรู้ว่าพระเจ้าเป็นความรักและวิธีที่จะแสดงออกถึงความรักของพระเจ้าคือการมีเพศสัมพันธ์”

“ฉันไม่เคยได้รู้อะไรที่ต่างออกไปจากนั้นเลย ฉันคิดว่าไม่มีใครเข้าใจความจริงของเรื่องพวกนี้ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะออกจากลัทธิหรือรู้ว่าการล่วงละเมิดทางเพศคืออะไร”

“ฉันถูกล่วงละเมิดทางเพศในทุกรูปแบบ ถูกทารุณกรรมทางเพศ โดนทำร้ายจิตใจและวิญญาณ”

 

 

เป็นเวลา 13 ปีที่หญิงสาวถูกขังอยู่ในลิทธินี้ เธอถูกล้างสมองและถูกยัดเยียดให้เสพภาพลามกอนาจาร รวมไปถึงการกระทำทางเพศที่น่ารังเกียจ และยังถูกข่มขืนด้วย

เธอบอกว่า “ไม่มีใครพอจะเป็นเหมือนพ่อให้ฉัน ไม่มีผู้ชายคนไหนที่สามารถพึ่งพาได้และฉันไม่เคยได้รับการปกป้องเลย”

“ฉันมองว่าผู้ชายทุกคนรวมทั้งลุงของฉันเป็นบุคคลอันตราย และฉันคิดอยู่เสมอว่าต้องอยู่ให้ห่างจากพวกเขาเท่าที่จะทำได้”

“ส่วนแม่ แน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างได้เกิดขึ้นกับฉัน เพราะพวกเขามักจะพาเธอไปที่อื่น ไปร้องเพลง และหางานมากมายให้เธอทำตลอดเวลา นั่นทำให้ผู้หญิงแทบจะไม่ได้ดูแลลูกๆ เลย”

 

 

นอกจากนี้ผู้นำลักธิยังไม่ให้เด็กๆ ในลัทธิได้รับการศึกษาอย่างถูกต้องด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถล้างสมองพวกเขาได้ง่ายขึ้น

พวกเขาปฏิเสธที่จะให้เด็กๆ เข้าถึงเพลงและหนังสือ เพราะสมาชิกของลัทธิเกรงว่าสิ่งเหล่านี้จะล่อลวงให้เด็กๆ หนีออกจากลัทธิ เด็กๆ จะถูกทำร้ายทางร่างกายเพื่อเป็นการข่มขู่ไม่ให้พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขา

Dawn เล่าต่อว่า “เด็กหลายคนถูกยัดสก๊อตเทปสกปรกในปาก เพื่อไม่ให้พูดถีึงสิ่งต่างๆ รวมทั้งระบบความเชื่อของ The Children Of God”

“พวกเขามีห้องสำหรับตีเด็กๆ ซึ่งเป็นห้องที่ฉันเข้าออกตลอดเวลา ฉันจำได้ว่าวันหนึ่ง เราเป็นแค่เด็กที่ทำตัวเป็นเด็กๆ แต่เรากลับลงเอยด้วยการถูกลงโทษ ฉันถูกตีที่ก้นหลายครั้ง ขาทั้งสองข้างมีแต่รอยช้ำ และฉันจำได้ว่าเดินไปหาแม่และถามเธอว่า ‘นี่คือความรักเหรอคะ แม่?’ “

 

 

โชคดีที่ Dawn สามารถหนีออกมาได้ จนกระทั่งโตเป็นวัยรุ่น เธอเริ่มติดต่อกับโลกภายนอกมากขึ้น และเริ่มตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาเธอโดนหลอกมาตลอด

หญิงสาวบอกว่า “ในที่สุดฉันก็มาถึงจุดที่ต้องการหาทางออก ฉันพูดอย่างหมดหวัง รู้มั้ยฉันพูดว่าไง ‘ถ้าโลกภายนอกเป็นสถานที่ที่น่ากลัว ถ้าพระเจ้ากำลังจะตัดสินฉัน ฆ่าฉันและส่งฉันไปนรก ฉันก็จะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว'”

“การออกจากลัทธิแล้วมาเจอกับโลกภายนอกมันเป็นสิ่งที่ยากลำบาก น่าตื่นเต้น น่ากลัว มันมีหลายความรู้สึก หลายอารมณ์เกิดขึ้นในเวลานั้น”

“ฉันย้ายไปอาศัยอยู่กับคนอื่นไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะอดีตสมาชิกของลัทธิ The Children Of God พวกเขาให้การยอมรับฉัน ฉันก็ย้ายไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ มันเป็นวิธีที่เราใช้หนีจากลัทธิ”

 

 

ในที่สุดหญิงสาวก็เป็นอิสระจากความเชื่อที่น่ากลัวนั้น และพบว่าแม่ของเธอก็ทิ้งลัทธินั้นเหมือนกัน ทั้งคู่จึงเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันในบ้านที่ปลอดภัย

ต่อมา ในปี 2016 Dawn ได้ก่อตั้งองค์กรการกุศลของตัวเอง ใช้ชื่อว่า Dawn Watson Institute ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือคนที่ถูกขังอยู่ในสถานการณ์ที่เหมือนหรือคล้ายกับเธอในวัยเด็ก โดยการทำให้พวกเขาตระหนักถึงการรักษาด้วยการพูดถึงสิ่งที่พวกเขาพบเจอมา

 

 

หญิงสาวบอกว่า “การช่วยให้ผู้คนเปิดอกพูดสิ่งที่อยู่ในใจ เรื่องต่างๆ ที่พวกเขาเคยพบเจอออกมา เป็นการเริ่มต้นการเยียวยารักษา”

“ฉันเคยรู้สึกอายเมื่อต้องพูดถึงเร่ื่องในอดีต แต่ตอนนี้ฉันคิดว่า ‘นี่คือฉัน และฉันไม่อายหรอก นี่คือที่มาของฉัน'” หญิงสาวกล่าว

 

ที่มา ladbible

 

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

SHARE
เหมียวขี้ส่อง วันๆไม่ทำอะไร ตามแต่เรื่องชาวบ้าน มีความอยากรู้อยากเห็นสูงมาก

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบเยยยยย.....